การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลหรือองค์กรการกุศลต่างๆ นอกจากจะได้สร้างบุญได้กุศลแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย มาดูกันเลยว่า เงินบริจาค 2567ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ บริจาคที่ไหนได้ลดภาษี 2 เท่า




เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท


เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุดได้เท่าไหร่ ?

ในปี 2567 เราสามารถนำยอดเงินบริจาค ลดหย่อนภาษี บุคคลธรรมดา ได้สูงสุดได้ไม่เกิน 10% ของรายได้ โดยเงินบริจาคตามที่กฎหมายกำหนดให้บริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคม และสถานพยาบาลของทางราชการ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน และในส่วนของบริจาคพรรคการเมือง ก็ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท


บริจาคเงินที่ไหนได้บ้าง และบริจาคที่ไหนได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ?

ผู้ที่บริจาคเงินแก่วัดวาอาราม โบสถ์ ศาสนสถาน สภากาชาดไทย สถานพยาบาล สถานศึกษาของทางราชการ องค์การของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน สถานสาธารณกุศล มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศลที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ รวมถึงสามารถบริจาคให้พรรคการเมืองก็ได้เช่นกัน


บริจาคที่ไหนได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ?

การบริจาคเงิน ปี 2567 ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษี 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ เงินบริจาคพิเศษ ได้แก่


1. เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา

โดยต้องเป็นเงินบริจาคให้แก่สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายดังนี้

  • จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือที่ดินให้แก่สถานศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา
  • จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา แบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
  • จัดหาครูอาจารย์ หรือเป็นทุนการศึกษา การประดิษฐ์ การพัฒนา การค้นคว้า หรือการวิจัย สำหรับนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาของสถานศึกษา


2. เงินบริจาคสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐ

โดยต้องเป็นเงินบริจาคให้แก่

  • สถานพยาบาลของทางราชการ
  • สถานพยาบาลของสถานศึกษาของรัฐ
  • สถานพยาบาลขององค์การมหาชน
  • สถานพยาบาลของรัฐวิสาหกิจ
  • สถานพยาบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • สถานพยาบาลของสภากาชาดไทย
  • สถานพยาบาลของหน่วยงานอื่นของรัฐ

(สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ได้ที่นี่)


3. เงินบริจาคพิเศษอื่นๆ

  • เงินบริจาคสนับสนุนกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กองทุนสนับสนุนการวิจัยตามกฎหมาย, กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบมาตรวิทยา และกองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข
  • เงินบริจาคสนับสนุนการกีฬาให้สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยต่างๆ (ตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานด้านกีฬาที่หักลดหย่อนได้ 2 เท่า ได้ที่นี่)
  • เงินบริจาคให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเพื่อใช้ในการจัดหาหนังสือหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการอ่าน
  • เงินบริจาคให้กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่กระทรวงศึกษาจัดตั้งขึ้น
  • เงินบริจาคให้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดให้คนพิการได้รับสิทธิ์เข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะตลอดจนสวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
  • เงินบริจาคให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
  • เงินบริจาคให้โครงการฝึกอบรมอาชีพ และการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู รวมถึงสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม

โดยผู้ที่บริจาคสนับสนุนการศึกษาเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า จะต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) เท่านั้น ซึ่งสามารถบริจาคผ่านทาง KTC ออนไลน์ก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย, มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ, ศิริราชมูลนิธิ, มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา เป็นต้น




e-Donation บริจาคลดหย่อนภาษีได้ โดยไม่ต้องเก็บหลักฐานการบริจาคมาแสดง


e-Donation คืออะไร?

e-Donation คือระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ที่กรมสรรพากรพัฒนาระบบขึ้นเพื่อใช้รองรับข้อมูลการรับบริจาคของทั้งสถานศึกษา ศาสนสถาน โรงพยาบาล องค์กรสาธารณกุศล และหน่วยรับบริจาคอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดให้สามารถนำการบริจาคมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ และเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาคให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้โดยไม่ต้องเก็บหลักฐานการบริจาคมาแสดง แถมยังช่วยให้ผู้บริจาคได้รับเงินคืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น


บริจาคเงิน e-Donation ได้ที่ไหนบ้าง ?

การใช้งานในระบบ e-Donation ผู้ที่จะทำการบริจาคจะสามารถทำได้ 2 ช่องทาง ได้แก่


1. การบริจาคเป็นเงินสด

การบริจาคเป็นเงินสดสามารถที่จะบริจาคได้ผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น วัด โบสถ์ ศาสนสถาน สภากาชาดไทย สถานพยาบาล สถานศึกษา มูลนิธิ โดยเมื่อบริจาคเสร็จสิ้นแล้วทางหน่วยงานเหล่านั้นก็จะมีการบันทึกข้อมูลการรับบริจาคบนระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์


2. การบริจาคผ่าน QR Code บนช่องทางการชำระเงินของธนาคาร

ปัจจุบันมีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการและเปิดให้บริการระบบ e-Donation แล้ว ได้แก่

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารกสิกรไทย
  • ธนาคารทหารไทย
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารธนชาต
  • ธนาคารออมสิน

การบริจาคผ่าน QR Code ของธนาคารจะมีระบบ e-Donation เงินในส่วนนี้ทางธนาคารก็จะเป็นผู้ส่งข้อมูลการรับบริจาคไปที่กรมสรรพากร ซึ่งก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


บริจาคเงิน e-Donation ต้องเก็บหลักฐานไหม ?

การบริจาคเงิน e-Donation ไม่จำเป็นต้องเก็บหลักฐานที่เป็นเอกสารหรือกระดาษ เนื่องจากเราจะได้รับใบรับรองการบริจาคในรูปแบบดิจิทัล (e-Receipt) ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษีได้


ข้อควรรู้เกี่ยวกับเงินบริจาค 2567 ลดหย่อนภาษี

  1. เราสามารถนำยอดเงินบริจาคทั่วไป ลดหย่อนภาษีสูงสุดได้สูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อน
  2. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง แต่ได้สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนภาษี
  3. เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง นำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป)
  4. ต้องมีหลักฐานในการยืนยันการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เช่น ใบอนุโมทนาบัตร ใบเสร็จรับเงินที่มีข้อความแสดงถึงชื่อองค์กรที่บริจาคเงิน วันเดือนปี ชื่อผู้บริจาคเงิน และจำนวนเงินที่บริจาค แต่หากบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation ไม่ต้องใช้หลักฐานการบริจาค
  5. ปีภาษี ตามความหมายของประมวลรัษฎากร คือปีปฏิทินที่เป็นรอบระยะเวลาที่ใช้สำหรับคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยปีภาษีจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปีนั้นๆ

ทำความเข้าใจเรื่องเงินบริจาค 2567 ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ บริจาคที่ไหนได้ลดภาษี 2 เท่า กันไปแล้ว เราจะเห็นว่าการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรมองข้าม นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายวิธีที่เป็นการบริหารจัดการเงินอย่างคุ้มค่าเพื่อได้สิทธิประโยชน์ทางการเงิน

อย่างบัตรเครดิต KTC สามารถนำคะแนน KTC FOREVER ไปแลกคะแนนบริจาคแทนเงินได้ โดย 1,000 คะแนน KTC FOREVER แทนเงินบริจาค 100 บาท ได้ทั้งบุญได้ทั้งลดหย่อนภาษี ใครยังไม่มีบัตรเครดิตสมัครได้เลยบัตรเครดิต KTCไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีด้วยนะ


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC