อาจไม่ใช่เรื่องที่ลูกจ้างหรือพนักงานทุกคนต้องเจอ แต่ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน กรณีถูกเลิกจ้าง หรือลาออกจากงาน ส่งผลให้เกิดการว่างงาน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับหลายๆ คน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน ซึ่งประเทศไทยมีระบบประกันสังคมที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ว่างงาน โดยผู้ประกันตนสามารถรายงานตัวว่างงานประกันสังคมเพื่อรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานได้ KTC ได้รวบรวมข้อมูลและขั้นตอนการรายงานตัว เอกสารที่จำเป็น และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาว่างงาน เข้าใจและสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง


ว่างงานกรณีลาออกจากงาน สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม

กรณีลาออกจากงาน ผู้ประกันตนสามารถรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากประกันสังคม ดังนี้

  • ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน
  • ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ พร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้
  • ต้องรายงานตัวต่อสำนักงานจัดหางานเดือนละ 1 ครั้ง กรณีลาออก ต้องรายงานตัว 3 ครั้ง
  • กรณีลาออก จะได้รับเงินทดแทนในอัตรา 30% ของค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาการรับเงินทดแทนสูงสุด 90 วัน (3 เดือน)

ตัวอย่าง
สมมติว่า ค่าจ้างเฉลี่ยใน 3 เดือนสุดท้ายก่อนลาออกคือ 20,000 บาทต่อเดือน

คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดที่ 15,000 บาท

เงินทดแทน = 15,000 บาท x 30%

เงินทดแทน = 4,500 บาทต่อเดือน

การลาออกจากงาน จะได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่ากรณีถูกเลิกจ้าง ซึ่งจะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยและรับได้นานถึง 180 วัน


ว่างงานกรณีถูกเลิกจ้าง สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม

กรณีถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ดังนี้

  • ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน
  • ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ พร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้
  • ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานที่กรมการจัดหางานภายใน 30 วันหลังจากถูกเลิกจ้าง
  • ต้องรายงานตัวต่อสำนักงานจัดหางานเดือนละ 1 ครั้ง กรณีเลิกจ้าง ต้องรายงานตัว 6 ครั้ง
  • กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยที่นำมาคำนวณจะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ได้รับเงินทดแทนสูงสุดไม่เกิน 180 วันต่อปี (6 เดือน)

ตัวอย่าง

สมมติว่า ค่าจ้างเฉลี่ยของคุณใน 3 เดือนสุดท้ายก่อนถูกเลิกจ้างคือ 20,000 บาทต่อเดือน

คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดที่ 15,000 บาท

เงินทดแทน = 15,000 บาท x 50%

เงินทดแทน = 7,500 บาทต่อเดือน


เอกสารประกอบการรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน

  • กรอกแบบขึ้นทะเบียนคนหางาน
  • บัตรประชาชน (ฉบับจริง)
  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร (หน้าแรกที่มีชื่อและเลขบัญชี) เพื่อรับเงินชดเชยการว่างงาน
  • แบบฟอร์มขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (แบบ สปส.2-01/7)
  • หนังสือรับรองการลาออกจากนายจ้าง หรือ หลักฐานอื่นๆ ที่แสดงถึงการว่างงาน เช่น จดหมายจากนายจ้าง, หลักฐานการเลิกจ้าง


การรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน

การรายงานตัวว่างงานสำหรับผู้ประกันตนในประกันสังคม สามารถ ทำได้ 2 ช่องทาง คือ

  • ติดต่อที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ตามภูมิลาเนา หรือพื้นที่ๆ สะดวก
  • ช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://empui.doe.go.th


ขั้นตอนในการรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ผ่านออนไลน์



1.รายงานตัวว่างงาน ประกันสังคม คลิกที่นี่https://e-service.doe.go.th/เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์

2.กรณียังไม่เคยลงทะเบียน ให้คลิกที่ ลงทะเบียน (เฉพาะผู้ใช้งานใหม่) ใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชนและกำหนดรหัสผ่าน กรณีเคยลงทะเบียนแล้ว คลิก เข้าสู่ระบบสำหรับบุคคลทั่วไป



3.จากนั้นคลิกที่ ระบบขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน



4.หากเป็นออนไลน์ให้คลิกที่ปุ่ม ดำเนินการต่อ



5. คลิกที่ปุ่ม ขึ้นทะเบียนว่างงาน จากนั้นกรอกรายละเอียดส่วนตัว และเหตุผลว่างงานให้ครบถ้วนแล้วกดถัดไป



6. กรอกรายละเอียดสมัครงาน หรือสมัครงานจากระบบไทยมีงานทำได้เลย แต่ถ้าไม่สนใจ ก็คลิกที่กล่องไม่ประสงค์สมัครงาน ที่มุมด้านล่างซ้าย จากนั้นกดปุ่มถัดไป



7.คลิกที่ เพิ่มอาชีพอิสระ จากนั้นเลือกอาชีพที่สนใจ อย่างน้อย 1 งาน และคลิกที่ปุ่มบันทึก



8.กดปุ่ม OK เป็นการเสร็จขั้นตอนการขึ้นทะเบียนว่างงานและรายงานตัวครั้งที่ 1

อย่าลืม! ผู้ประกันตนต้องรายงานตัวว่างงานทุกเดือน จนกว่าจะหางานได้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดใบนัดหมายรายงานตัวออกมาเก็บไว้ได้

การว่างงาน ถือเป็นช่วงเวลาที่เราได้ทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้น ได้พัก ได้คิด ตามหาความชอบของตัวเอง และอาจได้เจอประสบการณ์ใหม่ งานใหม่ ที่ลงตัวกว่าเดิมด้วย

ผู้ว่างงานที่กำลังมองหางานทำชั่วคราว ขายของออนไลน์ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ซื้อสินค้าต่างๆ เพื่อประกอบอาชีพ ทั้งขายอาหารตามสั่ง ทำขนมเบเกอรี่ หรือขายเสื้อผ้า ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC คุ้มค่า มีโปรโมชั่นผ่อน 0% กับร้านค้าชั้นนำมากมาย หรือเปลี่ยนรายการใช้จ่ายเป็นรายการผ่อนชำระ นาน 3 - 10 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.74% ต่อเดือน สามารถทำเองได้ ที่ KTC Online Services ผ่านแอปKTC Mobileหรือเว็บไซต์ KTC Online ที่www.ktc.co.th/onlineล็อคอินเข้าเมนูผ่อนชำระ เลือกรายการใช้จ่าย และระยะเวลาที่ต้องการผ่อนชำระ หรือ KTC Phone

ติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ 02 123 5000 กด 4 สนใจ อีกทั้งทุกๆ การใช้จ่าย 25 บาท จะได้รับคะแนน KTC FOREVER เพื่อสะสมไปแลกเป็นส่วนลด หรือเครดิตเงินคืนได้อีกด้วยสมัครบัตรเครดิต KTC สมัครออนไลน์ได้เลย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC