ประกันสังคมมีหลากหลายข้อดีที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เพราะ “ประกันสังคม” เปรียบเสมือนหลักประกันเสริมความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนทำงาน นอกจากค่ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์ทดแทน เมื่อต้องสูญเสียรายได้จากการเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และว่างงานทั้งยังช่วยเหลือในการคลอดบุตรสงเคราะห์บุตร และทำฟันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ผู้มีอาชีพอิสระ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแต่ลาออกแล้ว ก็สามารถลงทะเบียนขอยื่นเป็นผู้ประกันตนเองได้ โดยส่งเงินสมทบตามกำหนดเป็นประจำต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้ารับสิทธิต่างๆ ได้ดังนี้

โดยประกันสังคมจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 มาตรา คือ มาตรา 33, 39 และ 40 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • มาตรา 33

ผู้ประกันตนภาคบังคับ ได้แก่ ลูกจ้าง พนักงานประจำ ที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ในวันที่เข้าทำงาน และทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี คือ เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ, เสียชีวิต และว่างงาน

  • มาตรา 39

ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ โดยเป็นผู้ว่างงาน ที่เคยเป็นผู้ทำงานในมาตรา 33 มาก่อน และต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมไว้ ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ 6 กรณี คือ เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ และเสียชีวิต

  • มาตรา 40

ผู้ประกันตนนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปี ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงผู้พิการที่รับรู้สิทธิ และผู้ถือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ขึ้นต้นด้วยเลข 0, 6, 7 (ยกเว้นขึ้นต้นด้วย 00)



ผู้ประกันตนภาคบังคับ มาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี คือ เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ, เสียชีวิต และว่างงาน


วิธีเช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33, 39 และ 40

ปัจจุบันเพียงแค่ใช้หมายเลขบัตรประชาชน ก็สามารถเช็กสิทธิประกันสังคมออนไลน์ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 มาตรา 39 หรือมาตรา 40 ผ่าน 2 ช่องทางออนไลน์ ได้แก่

  • เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th)
  1. เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียน “เข้าสู่ระบบ“ สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกแล้ว โดยกรอกรหัสผู้ใช้งาน (เลขบัตรประชาชน 13 หลัก) และรหัสผ่าน และสามารถใช้งานได้ทันที
  2. ส่วนผู้ที่เข้าใช้งานครั้งแรก คลิก “สมัครสมาชิก”
  3. กดยอมรับข้อตกลงการใช้บริการ และคลิก “ถัดไป” จากนั้นกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน เมื่อกรอกหมายเลข OTP เพื่อยืนยันตัวตน ก็สามารถเช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 มาตรา 39 หรือมาตรา 40 ว่าสถานะปัจจุบันเป็นอย่างไร
  4. เลือกเมนู “บริการด้วยตนเองผ่านระบบ e-Self Service” จะพบข้อมูลประวัติต่างๆ เช่น การขอรับสิทธิประโยชน์ ประวัติการชำระเงิน และประวัติการทำรายการ จากนั้นคลิกที่ “ขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม” กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน สำหรับการขอรับประโยชน์ทดแทนต่างๆ และเลือกสำนักงานประกันสังคมที่สะดวกรับบริการ พร้อมแนบไฟล์เอกสาร
  • แอปพลิเคชันประกันสังคม (SSO Connect)
  1. เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน SSO Connect เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ “ลงทะเบียน” สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน เช่น เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และตั้งรหัสผ่าน เมื่อกรอกรหัส OTP กดรับข่าวสารต่างๆ และกดยืนยัน จากนั้นกดเข้าสู่ระบบ โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชนและรหัสผ่าน
  2. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกอยู่แล้ว กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่านแล้วคลิก “เข้าสู่ระบบ”
  3. เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว จะพบหน้าแสดงข้อมูลทั้งหมดของผู้ประกันตน และสามารถเลือกเมนูต่างๆ เพื่อเช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33, มาตรา 39 หรือมาตรา 40 และข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการทราบจากประกันสังคมได้เลย


ประกันสังคมมาตรา 33 ว่างงานได้กี่เดือน?

ผู้ประกันตน มาตรา 33 ว่างงาน ได้รับเงินชดเชยได้สูงสุด 6 เดือน ตามเงื่อนไข

  • เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน
  • ต้องขึ้นทะเบียนว่างงาน กับสำนักงานจัดหางานภายใน 30 วัน หลังออกจากงาน
  • พร้อมทำงาน และต้องรายงานตัวทุกเดือน
  • ไม่ได้ถูกเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริต ลักทรัพย์ หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย
  • ไม่ได้ลาออกเอง (กรณีลาออกจะได้เงินน้อยลง)


เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 วิธีขอรับเงินว่างงาน

  • ขึ้นทะเบียนว่างงาน ที่ เว็บไซต์กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานในจังหวัด
  • ยื่นขอรับเงินประกันสังคมว่างงาน ผ่านแอป SSO Connect หรือเว็บไซต์ประกันสังคม
  • ต้องรายงานตัวทุกเดือน ผ่านระบบออนไลน์หรือที่สำนักงานจัดหางาน
  • รอรับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 7-14 วัน

หากใครต้องการความสะดวก แนะนำดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Connect มาไว้ติดเครื่องกันได้เลย เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบการส่งเงินสมทบ สถานพยาบาล เปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี ตรวจสอบยอดเงินทันตกรรม และยอดเงินชราภาพ ตลอดจนติดตามข่าวสารและบอกพิกัดศูนย์ประกันสังคมทั่วประเทศได้ เท่านี้การเช็กสิทธิประกันสังคม ไม่ว่าจะมาตราไหน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

อีกหนึ่งข้อสงสัยของผู้ประกันตน “ขาดส่งเงินสมทบกี่เดือน จึงถูกตัดสิทธิ์ประกันสังคม” ทั้งนี้ แต่ละมาตรามีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน คือ

  • มาตรา 33

ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน สภาพผู้ประกันตนสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่นำส่งเงินสมทบ

  • มาตรา 39

ขาดสิทธิ์ทันทีเมื่อไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ครบ 9 เดือน

  • มาตรา 40

ขาดส่ง หรือส่งเงินสมทบไม่ต่อเนื่อง จะไม่สิ้นสภาพผู้ประกันตน แต่สิทธิประโยชน์เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแต่ละกรณี สามารถส่งเงินต่อไปได้ แต่ชำระเงินย้อนหลังไม่ได้

สำหรับผู้ที่ยื่นเป็นผู้ประกันตนด้วยตนเอง ทั้งมาตรา 39 และ 40 หากไม่อยากถูกตัดสิทธิ์ประกันสังคม สามารถเลือกส่งเงินสมทบผ่านบัตรเครดิต KTC โดยดำเนินการยินยอมให้หักเงินสมทบผ่านบัญชีธนาคารทุกเดือน หมดปัญหาลืมจ่ายประกันสังคมจนถูกตัดสิทธิ์



นอกจากนี้บัตรเครดิต KTC ยังมีโปรโมชั่นช่วยดูแลสุขภาพด้วยส่วนลด ณ โรงพยาบาลรัฐบาลที่ร่วมรายการ แลกรับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER ครึ่งหนึ่งของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ เพื่อแลกรับสิทธิ์ที่โรงพยาบาลรัฐบาลทั่วประเทศ หรือผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% นานสูงสุด 10 เดือน ระยะเวลาโปรโมชั่น 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68ดูรายละเอียดโปรโมชั่นได้ที่นี่สนใจสมัครบัตรเครดิต KTCคลิกเลย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC