Lake Nakuru National Park,Kenya                                                                                 

หลายปีมาแล้วขณะที่ผมเป็นผู้ผลิตรายการสารคดีโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานที่ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติได้เดินทางไปถ่ายทำมรดกโลกในประเทศต่างๆของทวีปแอฟริกา ในประเทศเคนยามีอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นทะเลสาบ 3 แห่งได้แก่ Lake Nakuru National Park, Lake Bogoria National Park และ Lake Elamentaita National Park ตั้งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติพร้อมกันทั้ง 3 แห่งภายใต้ชื่อ Kenya Lake System of the Great Rift Valley ในปี ค.ศ. 2011                             

ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเยือน Lake Nakuru 3 ครั้งเนื่องจากอุทยานแห่งชาติแห่งนี้มีชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าจำนวนมากเหมาะแก่การซาฟารีดูสัตว์ มีพื้นที่ราว 60 ตารางกิโลเมตร




เป็นถิ่นอาศัยกับแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ป่าและนกหลายชนิด มีภูมิประเทศกับทะเลสาบอัลคาไลน์อันกว้างใหญ่ที่สวยงาม ตั้งอยู่ห่างจากกรุงไนโรบีนครหลวงของเคนยา 157 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่ง จุดเด่นของอุทยานแห่งชาตินาคูรูคือมีนก Greater Flamingo และ Lesser Flamingo อาศัยอยู่รวมกันราว 2 ล้านตัว  มีสัตว์ป่าที่เรียกว่า Big Fiveของป่าแอฟริกาได้แก่แรดดำและแรดขาว สิงโต ควายป่า แอฟริกา และเสือดาว แต่ไม่มีช้างเนื่องจากพื้นที่อุทยานฯมีขนาดเล็กเกินไป   

                                                                                                                                                                                                  







เราได้พบสัตว์กีบเลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดใช้ชีวิตอยู่บนที่ราบริมทะเลสาบใกล้แหล่งน้ำและสามารถมองเห็นสัตว์นักล่าในระยะไกล ได้แก่ม้าลาย วอเตอร์บัค อิมพาลา ควายป่าแอฟริกัน อีแลน และแรดขาวกับแรดดำ  







อุทยานแห่งชาติทะเลสาบนาคูรูมีสัตว์นักล่าที่เป็น Big Five อยู่สองชนิดคือสิงโตและเสือดาวแต่มีจำนวนไม่มากนัก ผมไม่เคยได้พบสิงโตแต่ได้พบเสือดาวเพียงครั้งเดียวนอนอยู่บนต้นไม้ไกลออกไปและได้ภาพผ่านเลนซ์ซูมมา เมื่อกล่าวถึงสัตว์นักล่าก็ต้องเอ่ยถึงไฮยีนาซึ่งล่าเหยื่อในบางโอกาสแต่ส่วนใหญ่จะรอกินซากจากเหยื่อที่สัตว์นักล่ากินพอแล้ว ผมพบไฮยีนาตัวนี้ยืนอยู่ในพงหญ้าไม่ไกลจากต้นไม้ที่เสือดาวนอนอยู่น่าจะรอให้มีการล่าเกิดขึ้น


ไกด์ท้องถิ่นได้นำรถของเรามุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งโดยบอกเราว่าเป็นที่รวมฝูงของแรดขาวส่วนใหญ่ในอุทยานฯ ผมได้เคยเขียนถึงข้อแตกต่างระหว่างแรดขาวและแรดดำไว้แล้วในบทความที่ 3 เกี่ยวกับการอพยพของวิเดอบีสท์ในมาไซมาราในเคนยา โปรดกลับไปดูในบทความดังกล่าว

เมื่อไปถึงที่รวมฝูงของแรดขาว เราพบแรดขาว 2 คู่แม่ลูกเดินเข้าหากัน เรายังไม่เข้าใจท่าทางของแรดขาว ซึ่งพิจาณาดูแล้วน่าจะมีปัญหาระหว่างกัน แต่ปรากฏว่าเมื่อเข้ามาใกล้กัน แรดตัวแม่ทั้ง 2 กลับเอานอยาวแหลมและปากป้านสัมผัสกัน ส่วนตัวลูกทั้ง 2 ก็ทำเช่นเดียวกัน เราจึงเข้าใจแล้วว่านี่คือการทักทายแบบเป็นมิตรกันของแรดขาว



 ผมนำภาพแรดขาวกับแรดดำมาวางคู่กันเพื่อให้เห็นว่าปากของแรดทั้ง 2 ชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

มีสัตว์อีกชนิดหนึ่งซึ่งพบยากและอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ซึ่งได้แก่ยีราฟร็อทไชลด์ (Rothschild’s Giraffe) ซึ่งพบแห่งเดียวในเคนยาที่อุทยานแห่งชาติทะเลสาบนาคูรูเท่านั้น นอกจากลายบนหนังจะแตกต่างจากยีราฟชนิดอื่นแล้ว ยีราฟชนิดนี้ยังมีเขา 5 เขาบนหัวขณะที่ยีราฟชนิดอื่นมี 2 เขา โดยมี 2 เขาคู่บนหัวเหมือนยีราฟทั่วไป แต่มีเขาที่ 3 บนหน้าผาก และเขาสั้นๆโผล่ขึ้นมาหลังใบหูข้างละ 1 เขา




ผมได้กล่าวถึงเสือดาวไปแล้ว ขอพูดถึงสัตว์นักล่ารุ่นเล็กคือแมวป่าเซอร์วัล (Serval Cat) เป็นสัตว์ถิ่นเดียว (endemic) ของแอฟริกา สูง 54-62 ซม. น้ำหนัก 9-18 กก. ล่าเหยื่อได้แก่ หนู นกขนาดเล็ก กบ แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และแมลง



แอฟริกาได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของนกกระจอกเทศซึ่งเป็นนกที่บินไม่ได้ และที่อุทยานทะเลสาบนาคูรูผมได้พบนกกระจอกเทศคู่หนึ่ง ตัวผู้มีขนสีดำ ตัวเมียมีขนสีน้ำตาลเทา

มีลิงแอฟริกาชนิดหนึ่งซึ่งพบยากมาก ผมพบที่อุทยานแห่งชาติทะเลสาบนาคูรู 2 ตัวและอุทยานแห่งชาติชิมบาฮิลส์ 1 ตัวคือลิงคอลูบัสขาวดำ (Black-and-white Colobus Monkey) เป็นลิงถิ่นเดียวของแอฟริกาและอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable Species) เนื่องจากประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง


ผมขอจบบทความนี้ด้วยการแนะนำเต่าบก 1 ชนิดคือเต่าบกเสือดาว (Leopard Tortoise) พบในภาคตะวันออกและภาคใต้ของแอฟริกา และนกกระจาบแอฟริกา 1 ชนิดคือ Speke’s Weaver พบในภาคตะวันออกของแอฟริกาไม่พบในไทย