จะต่อทะเบียนรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร

การต่อทะเบียนรถยนต์ เป็นหน้าที่ที่คนใช้รถจำเป็นจะต้องทำอยู่ทุกปี แต่เมื่อวนมาถึงช่วงที่ต้องต่อภาษีทีไร หลายคนอาจจะลืมว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร หรือมีช่องทางอื่นในการต่อภาษีเพิ่มขึ้นมาหรือเปล่า วันนี้ KTC จะมาคลายทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อทะเบียนรถยนต์ให้ทุกคนเอง


การต่อทะเบียนรถยนต์ คืออะไร

การต่อทะเบียนรถยนต์ คือการต่อภาษีประจำปีในการใช้รถ ตามกฎหมายจราจรทางบก ที่บังคับให้รถทุกประเภทบนท้องถนน จำเป็นจะต้องเสียภาษีประจำปีในการใช้งาน รวมไปถึงนำรถเข้าตรวจเช็กสภาพ เพื่อความปลอดภัยด้วยเช่นกัน

รถแบบไหนบ้างที่ต้องต่อภาษีรถยนต์

ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562 ซึ่งในหมวด 3 ข้อที่ 17 ระบุไว้ว่า รถทุกคันที่จดทะเบียนแล้ว ต้องเสียภาษีรถประจำปี เว้นแต่รถที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีประจำปี

ดังนั้นหากมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ในครอบครองต้องทำการต่อภาษีรถยนต์เป็นประจำทุกปี โดยประเภทรถที่สามารถต่อภาษีได้ มีดังนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2)
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3)
  • รถจักรยานยนต์ (รย.12)
  • รถแทรกเตอร์ (รย.13)
  • รถบดถนน (รย.14)
  • รถพ่วง (รย.16)


ต่อทะเบียนรถยนต์ ที่ไหนและชำระภาษีรถยนต์จุดไหนได้บ้าง




สำหรับผู้ที่เตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถนำเอกสารไปยื่นชำระและต่อภาษีได้ที่

1. กรมการขนส่งทางบก สามารถยื่นเอกสารเพื่อต่อภาษีได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถเลือกชำระได้ทั้งบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) และตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk)

2. ที่ทำการไปรษณีย์ (มีค่าธรรมเนียมการชำระ 40 บาท)

3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

4. ห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ‘ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี’ (Shop Thru for Tax)

5. เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ (เฉพาะรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่อายุไม่เกิน 5 ปี และมีค่าธรรมเนียมการให้บริการ 20 บาท ค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์เพิ่มอีก 40 บาท)

6. แอปพลิเคชัน mPay และ TrueMoney Wallet

7. ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th/ หรือแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax


สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ ออนไลน์ได้ไหม

ในปัจจุบัน การต่อทะเบียนรถยนต์ หรือต่อภาษีประจำปี สามารถต่อทางออนไลน์ได้แล้ว โดยไม่จำกัดอายุรถเหมือนแต่ก่อน ที่จะต่อได้เฉพาะรถที่อายุไม่เกิน 7 ปีเท่านั้น รวมไปถึงรถที่ค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี ก็สามารถต่อได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องนำรถไปตรวจสภาพให้เรียบร้อยกับ ตรอ. ก่อน



ขั้นตอนการต่อทะเบียนรถยนต์

การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี จะแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือการไปเดินทางไปต่อเองที่จุดให้บริการต่าง ๆ กับอีกช่องทางหนึ่งคือการต่อภาษีออนไลน์ และจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน ดังนี้


ขั้นตอนการต่อทะเบียนรถยนต์ที่จุดบริการ

1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนเดินทางไปยังจุดบริการ

2. ยื่นคำขอในการต่อภาษีประจำที่จุดบริการที่สะดวก

3. ชำระค่าธรรมเนียมภาษีประจำปีไปตามขั้นตอน

4. รับป้ายวงกลมที่เป็นหลักฐานในการเสียภาษีมาติดกระจกรถ


ขั้นตอนการต่อทะเบียนรถยนต์ทางออนไลน์

1. เข้าใช้งานเว็บไซต์ eservice.dlt.go.th ของกรมขนส่งทางบก

2. ลงทะเบียนสมาชิกใหม่เพื่อใช้งานระบบ พร้อมกับตั้งรหัสผ่านให้เรียบร้อย

3. ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยหมายเลขบัตรประชาชน และรหัสผ่านที่ตั้งไว้

4. เลือกเมนู “ชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเทอร์เน็ต”

5. กรอกข้อมูล “ประเภทรถ เลขทะเบียนรถ จังหวัด และชื่อผู้ครอบครองรถ”

6. เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้กดเลือกช่องรายการ “ยื่นภาษีออนไลน์” (หากรถเกิน 7 ปี ต้องได้รับการตรวจสภาพแล้วเท่านั้น)

7. กรอกข้อมูลเลขกรมธรรม์จาก พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ซื้อมาเพื่อต่อภาษี

8. กรอกชื่อ และที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารให้เรียบร้อย

9. ชำระเงินตามช่องทางที่สะดวก และตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้องอีกครั้ง

10. รอรับป้ายวงกลมภาษีรถยนต์ 3 - 5 วันทำการ


ต่อทะเบียนรถยนต์ ใช้อะไรบ้าง

เอกสารในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี จะมีเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ เล่มทะเบียนรถ และ พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุ และสำหรับรถที่เกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่เกิน 5 ปี จะต้องมีเอกสารยืนยันการตรวจสภาพรถจาก ตรอ. เพิ่มเข้าไปเท่านั้น


ต่อทะเบียนรถยนต์ เสียกี่บาท

อัตราภาษีรถยนต์ที่เรียกเก็บ จะแบ่งตามความจุของกระบอกสูบ หรือซีซีของรถ ซึ่งจะแบ่งได้ทั้งหมด ดังนี้

  • รถขนาดไม่เกิน 600 ซีซี : 50 สตางค์ / ซีซี
  • รถขนาด 601 - 1,800 ซีซี : 1.50 บาท / ซีซี
  • รถขนาดเกิน 1,800 ซีซีขึ้นไป : 4 บาท / ซีซี

นอกจากนี้ กฎหมายยังมีส่วนลดอัตราภาษีที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุของรถ เพื่อจูงใจให้คนดูแลรักษารถกันมากขึ้น ดังนี้

  • รถที่มีอายุใช้งานเกิน 6 ปี จะได้รับส่วนลดในการต่อภาษี 10%
  • รถที่มีอายุใช้งานเกิน 7 ปี จะได้รับส่วนลดในการต่อภาษี 20%
  • รถที่มีอายุใช้งานเกิน 8 ปี จะได้รับส่วนลดในการต่อภาษี 30%
  • รถที่มีอายุใช้งานเกิน 9 ปี จะได้รับส่วนลดในการต่อภาษี 40%
  • รถที่มีอายุใช้งานเกิน 10 ปี จะได้รับส่วนลดในการต่อภาษี 50%


รถที่ไม่เสียภาษีประจำปีภายในกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มเท่าใด




หากไม่เสียภาษีประจำปีตามระยะเวลาที่กำหนด จะโดนค่าปรับที่ 1% ของภาษีรถต่อเดือน เพราะการเสียภาษีรถยนต์ สามารถต่อได้ล่วงหน้านานถึง 3 เดือน


ภาษีรถยนต์ขาด 2 ปี เสียเท่าไหร่

หากขาดต่อภาษี 2 ปี แต่ยังไม่เกิน 3 ปี จะโดนค่าปรับตามจำนวนปีที่ค้าง แต่ยังสามารถต่อภาษีได้ตามปกติเหมือนเดิม


ภาษีรถยนต์ขาดเกิน 3 ปี เสียเท่าไหร่

แต่หากขาดต่อภาษี 3 ปีขึ้นไป รถจะถูกระงับป้ายทะเบียนในการใช้งาน และจำเป็นจะต้องส่งคืนป้ายภายใน 30 วัน เพราะอาจโดนค่าปรับตามมาที่ไม่เกิน 1,000 บาท และต้องดำเนินการขอเลขป้ายทะเบียนใหม่ทั้งหมด พร้อมกับเสียค่าปรับย้อนหลังตามจำนวนปีด้วยเช่นกัน


การต่อทะเบียนรถยนต์หรือต่อภาษี ทำล่วงหน้าได้กี่เดือน

การต่อภาษีรถยนต์ สามารถทำล่วงหน้าได้ 90 วัน หรือ 3 เดือนเต็ม ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานพอในการเตรียมเอกสาร และจัดการวันเวลาที่ว่างในการดำเนินเรื่อง จึงไม่ควรรอให้กระชั้นชิดก่อนทำการต่อภาษีจะดีที่สุด


สรุปบทความ จะต่อทะเบียนรถยนต์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร

ดังนั้นการต่อภาษีรถยนต์เป็นประจำทุกปี นอกจากหมดกังวลในเรื่องของกฎหมายแล้วยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการโดนค่าปรับ และไม่ต้องเสียเวลาไปเดินเรื่องการยื่นต่อภาษีใหม่ที่ต้องจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ มากมายอีกด้วยและสามารถเลือกต่อล่วงหน้าได้ถึง 90 วัน ทั้งนี้เมื่อต่อภาษีรถยนต์แล้วหากขาดสภาพคล่องทางการเงิน ก็สามารถนำรถไปยื่นขอสินเชื่อในยามฉุกเฉิน ขอแนะนำสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน สำหรับรถปลอดภาระที่ช่วยเปลี่ยนรถเป็นเงินก้อน ที่ให้วงเงิน อนุมัติไว เพียงยื่นเรื่องผ่านระบบออนไลน์แล้วรอทีมงานพี่เบิ้ม Delivery ติดต่อกลับไปนัดหมายวันเดินทางไปรับสมัครและตรวจสอบสภาพรถถึงที่บ้าน เมื่อผ่านการอนุมัติได้รับเงินโอนเข้าบัญชีทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำและไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน พร้อมรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไว้ใช้ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยสามารถกดเงินจากตู้ ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีค่าธรรมเนียม ให้อุ่นใจในยามต้องการมองหาตัวช่วยค่าใช้จ่ายในยามเร่งด่วน

สมัคร KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ได้วงเงินก้อนใหญ่ แบบไม่ต้องมีคนค้ำประกัน

สมัครง่าย รู้ผลไว ผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน





*กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร*


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด*


*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี*