Corporate Social Responsibility หรือ CSR คือ ความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมขององค์กร เป็นแนวคิดของการดำเนินกิจกรรมทั้งภายใน และภายนอกองค์กร เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน




CSR คือ กลยุทธ์การทำธุรกิจอย่างหนึ่ง โดยปฏิบัติ ตามแนวทางการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม


กลยุทธ์ CSR คืออะไร?

กลยุทธ์ CSR คือ แนวทางการดำเนินงานที่องค์กรกำหนดขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามแนวทางการรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการนำเอาแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้น เข้ามาผนวกกับกิจกรรม และกลยุทธ์ของธุรกิจตัวเอง บนหลักการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และภาพลักษณ์ที่ดีในระยะยาว และต้องเชื่อมโยงกับชุมชน และกลุ่มเป้าหมายในท้องถิ่นด้วย


CSR มีกี่ระดับ

การทำกิจกรรม CSR แบ่งออกได้ 4 ระดับ โดยองค์กรสามารถเลือกได้ว่าต้องการทำ CSR ในระดับไหน ดังนี้


1. ระดับพื้นฐาน (Mandatory Level)

ระดับที่องค์กรจำเป็นต้องทำตามหน้าที่ ข้อกฏหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดต่างๆ ที่มีอยู่ เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กฏหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค การจ่ายภาษีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย การให้สวัสดิการที่ดีแก่พนักงาน ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม เงินเดือน ค่าจ้าง ฯลฯ


2. ระดับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Elementary Level)

ระดับที่องค์กรคำนึงถึงความสามารถในการอยู่รอดและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยกำไรที่ได้จากการดำเนินธุรกิจจะต้องมิใช่กำไรที่เกิดจากการเอาเปรียบเบียดเบียนสังคมให้ได้มา


3. ระดับจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Preemptive Level)

ระดับที่องค์กรดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น บนพื้นฐานการทำงานอย่างมีจริยธรรม ไม่เอาเปลี่ยนผู้อื่น และใส่ใจผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใกล้ฐานการผลิตด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การจำหน่าย เช่น การส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ขาดแคลน


4. ระดับความสมัครใจ (Voluntary Level)

เป็นระดับสูงสุดของ CSR เป็นการธุรกิจดำเนินกิจกรรม CSR ด้วยความสมัครใจ นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฏหมายและจรรยาบรรษทางธุรกิจ โดยองค์กรมุ่งมั่นที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยระดับนี้ องค์กรสามารถดำเนินกิจกรรม CSR ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและทรัพยากรขององค์กร เช่น การทำโครงการพัฒนาชุมชน โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับองค์กรการกุศลหรือชุมชนที่ขาดแคลน การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ การส่งเสริมการศึกษา




การปลูกต้นไม้ ถือเป็นกิจกรรม การทำ CSR ยอดนิยม


รูปแบบกิจกรรม CSR มีกี่ประเภท?

ประเภทของ CSR นั้นสามารถจำแนกได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนก แต่หากจำแนกตามที่ ศ.ฟิลิป คอตเลอร์ ปรมาจารย์ด้านการตลาดระดับโลก ได้จำแนกไว้ มีดังนี้


1. การส่งเสริมประเด็นสังคม (Cause Promotion)

การที่องค์กรส่งเสริมการรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม แสดงออกผ่านการช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การจัดหาเงินทุน การระดมทุน การบริจาคทรัพยากร การส่งอาสาสมัครเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ

ยกตัวอย่างกิจกรรม เช่น การจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย การรณรงค์เพื่อลดภาวะโลกร้อน การสนับสนุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น


2. การตลาดที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคม (Cause-Related Marketing)

การที่องค์กรร่วมมือกับองค์กรอื่น ซึ่งมักจะเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันในการแก้ไขประเด็นปัญหาทางสังคม โดยการนำประเด็นปัญหาทางสังคมเหล่านั้น เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ แบบมีเวลาจำกัดแน่นอน

ยกตัวอย่างเช่น การจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิกขององค์กรการกุศล การแบ่งส่วนหนึ่งจากยอดขายไปบริจาคให้กับหน่วยงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย


3. การตลาดเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาสังคม (Corporate Social Marketing)

การที่องค์กรใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาสังคม ผ่านการรณรงค์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข สุขภาวะ โดยองค์กรจะเป็นผู้กำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข และออกแบบกิจกรรมทางการตลาดที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหานั้นๆ

ยกตัวอย่างเช่น การรณรงค์ให้ผู้บริโภคลดการใช้พลาสติก การส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


4. การบริจาคเพื่อการกุศล (Corporate Philanthropy)

คือ การที่องค์กรบริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับองค์กรการกุศล หรือโครงการเพื่อสังคมต่างๆ โดยมีอิสระที่จะเลือกองค์กรการกุศลหรือโครงการที่จะบริจาคเองได้ ตามวัตถุประสงค์หรือความมุ่งมั่นขององค์กร


5. การอาสาช่วยเหลือชุมชน (Community Volunteering)

การที่องค์กรส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหาทางสังคม โดยองค์กรอาจจัดโครงการอาสาสมัครขึ้นภายในองค์กร หรือสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครภายนอกก็ได้ และพนักงานก็จะได้รับการชดเชยในรูปแบบของวันหยุดหรือวันลาเพิ่มหากมีการเข้าร่วมกิจกรรม


6. การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ (Socially Responsible Business Practices)

การที่องค์กรดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยองค์กรจะกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากล ซึ่งจะดำเนินการเองหรือร่วมมือกับองค์กรภายนอกก็ได้

ยกตัวอย่างกิจกรรม เช่น การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ เป็นต้น


7. การพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตามกำลังซื้อของคนในระดับฐานราก (Developing and Delivering Affordable Products and Services)

กิจกรรม CSR ประเภทหนึ่งที่มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อย โดยองค์กรจะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ในราคาที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในกลุ่มปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย พลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กลุ่มฐานรากเข้าถึงสินค้าและบริการได้ ไป พร้อมกับโอกาสทางธุรกิจในการเข้าถึงตลาดด้วย


การทำ CSR สำคัญต่อองค์กรอย่างไร?

การทำ CSR มีความสำคัญต่อองค์กรในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เกิดการยอมรับจากสังคมและผู้บริโภคว่าเป็นองค์กรที่ใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรนั่นเอง นอกจากนี้ ยังส่งผลให้องค์กรมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น สามารถดึงดูดนักลงทุนใหม่ๆ ให้เข้ามาร่วมลงทุนได้ด้วย
  • ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้ เช่น ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเสี่ยงด้านการลงทุน หากอธิบายให้เห็นภาพชัดๆ เช่น องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบ CSR จะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดการประท้วงจากชุมชนหรือผู้บริโภค
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้ เช่น ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มนวัตกรรม ตัวอย่างเช่น องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบ CSR สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานและลดมลพิษ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • ช่วยพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ เช่น เพิ่มขวัญกำลังใจ เพิ่มทักษะ และเพิ่มความรู้ ตัวอย่างเช่น องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบบ CSR จัดกิจกรรม CSR ร่วมกับพนักงาน จะช่วยให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจในการทำงานและรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

การทำ CSR คือแนวทางหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม องค์กรใดที่ให้ความสำคัญกับการทำ CSR ก็จะมีโอกาสเติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว


ตัวอย่างโครงการ CSR ในประเทศไทย

สำหรับโครงการ CSR ขององค์กรในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น


กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ (KING POWER)

ผู้จัดทำโครงการ CSR"โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย"และ“โครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย”ที่ได้ทำการส่งมอบลูกฟุตบอลทั่วประเทศกว่า 1,000,000 ลูก และสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล ให้กับโรงเรียนหรือชุมชนที่ขาดแคลนกว่า 100 สนาม เพื่อพัฒนาทักษะการเตะฟุตบอลของเยาวชนและคนไทยที่รักกีฬาฟุตบอล จนคว้ารางวัลองค์กรดีเด่น"ด้านการสร้าง ความเข้มแข็งให้สังคม"ระดับเอเชีย 3 ปีซ้อน (ปี ค.ศ.2019-2021) จากงานประกาศรางวัล ‘Asia Responsible Enterprise Awards 2021’ หรือ AREA 2021 ที่จัดขึ้นโดย Enterprise Asia องค์กรอิสระที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมแบบองค์รวมในเอเชีย


โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

“โครงการรักษ์ใจไทย ผ่าตัดหัวใจผู้ยากไร้/คลินิกเคลื่อนที่”เป็นโครงการ CSR ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ที่มุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และเป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิดหรือโรคลิ้นหัวใจรั่ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

โครงการ CSR คือหนึ่งในแนวคิดที่มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อทั้งองค์กรและสังคม โดยองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรม CSR มักจะมีโอกาสประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากได้รับการยอมรับจากสังคมและผู้บริโภค ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรในระยะยาว

นอกจากการทำกิจกรรม CSR แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญ คือ “ระบบบริหารจัดการ CRM ที่ดี” เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้น นำไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุด และแน่นอนว่าMAAI BY KTCเป็นระบบบริหารจัดการ CRM และ DIGITAL LOYALTY PLATFORM ที่ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ พร้อมเชื่อมต่อธุรกิจของคุณเข้ากับเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี ผ่าน 3 ระบบครบวงจรที่คุณเลือกได้

ไม่ว่าจะเป็น ระบบจัดการข้อมูลสมาชิก (Membership Management) ระบบจัดการ e-Coupon (e-Coupon Management) และระบบจัดการคะแนน (Point System Management)


มาต่อยอดสิทธิประโยชน์ให้ธุรกิจของคุณวันนี้ด้วยMAAI BY KTCสำหรับองค์กรใดที่สนใจบริการ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 123 5678


ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ธุรกิจเติบโต MAAI BY KTC ผู้ช่วยของคุณ