ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความน่าเชื่อถือด้านการเงินที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อมาเพื่อลงทุนธุรกิจ การขอสินเชื่อส่วนบุคคล ไปจนถึงการขอสินเชื่อมาเพื่อซื้อทรัพย์สินที่จำเป็นอย่างรถยนต์และที่อยู่อาศัย

การมีเครดิตดีถือเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถวัดความน่าเชื่อถือด้านการเงินได้ แล้วเครดิตทางการเงินคืออะไร สามารถสร้างเครดิตดีได้อย่างไรบ้าง มาทำความเข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับเครดิตทางการเงินให้มากขึ้นในบทความนี้กัน

เครดิตทางการเงินคืออะไร?

เครดิตทางการเงิน คือ ความน่าเชื่อถือทางการเงินที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ผ่านมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้เงิน การฝากเงิน การนำเงินไปลงทุน ไปจนถึงวินัยในการชำระหนี้สินที่ตรงต่อเวลา 

โดยเครดิตทางการเงินนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ธนาคารและสถาบันทางการเงินใช้พิจารณาอนุมัติธุรกรรมและบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากยิ่งผู้ใช้บริการมีเครดิตดีมากเท่าไหร่ ความน่าเชื่อถือทางการเงินก็จะยิ่งสูงมากขึ้น ทำให้ช่วยเพิ่มโอกาสที่ธนาคารและสถาบันทางการเงินจะอนุมัติธุรกรรมและบริการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ตรวจสอบเครดิตทางการเงินได้อย่างไร?



เครดิตการเงิน

สำหรับใครที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน แต่ไม่แน่ใจว่าประวัติทางการเงินของตนเองจะเป็นอย่างไร หากต้องการเช็กข้อมูลในส่วนนี้ให้ชัวร์ สามารถติดต่อไปยัง ‘บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด’ เพื่อเรียกดูประวัติทางการเงินส่วนบุคคล หรือ ติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตผ่านผู้ให้บริการ ดังนี้

  • แอปพลิเคชันธนาคาร ประกอบไปด้วยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารออมสิน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารทหารไทยธนชาต และ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเงื่อนไขการออกเอกสารตรวจสอบข้อมูลเครดิตจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด
  • แอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • แอปพลิเคชัน Flash Express (Flash Money)
  • ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร และ ตู้คีออสตรวจเครดิตบูโร
  • เคาน์เตอร์ธนาคารทุกแห่ง
  • ที่ทำการไปรษณีย์

อย่างไรก็ดี ‘บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด’ จะเป็นผู้เก็บรวบรวมประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาทั้งหมด แต่จะไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนุมัติธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้น หากเมื่อใดที่มีการเรียกดูประวัติทางการเงินในส่วนนี้ ทั้งจากเจ้าของข้อมูลเองหรือหน่วยงานไหนก็ตาม บริษัทฯ จะทำการออก ‘รายงานเครดิตบูโร’ พร้อมเขียนสถานะบัญชีกำกับเอาไว้


โดยหากไม่มีประวัติผิดชำระหนี้มาก่อน สถานะบัญชีในรายงานจะขึ้นว่าปกติ แต่หากมีการชำระหนี้ล่าช้า สถานะบัญชีในรายงานดังกล่าวจะระบุจำนวนวันที่ชำระหนี้ล่าช้า หรือเป็นสถานะบัญชีในปัจจุบัน เช่น สถานะบัญชีมีการชำระล่าช้า 90 วัน หรือ สถานะบัญชีเป็นสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ‘บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด’ จะทำการเก็บประวัติทางการเงินย้อนหลังเอาไว้เพียง 3 ปีเท่านั้น หมายความว่า หากผู้ใช้บริการมีการชำระหนี้จนครบและปิดบัญชีครบ 3 ปีแล้ว ก็จะไม่มีประวัติทางการเงินแสดงออกมานั่นเอง

หากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้บริการยังไม่มีการทำธุรกรรมทางการเงินใหม่ หรือ มีการชำระหนี้จนครบ หรือ ปิดบัญชีมานานกว่า 3 ปีแล้ว ก็จะไม่มีประวัติทางการเงินแสดงออกมา

นอกจากจะตรวจสอบประวัติการทำชำระหนี้ในรายงานข้อมูลเครดิตบูโรแล้ว ผู้ใช้บริการยังสามารถขอตรวจสอบ Credit Score หรือ คะแนนเครดิต จากทางบริษัทฯ ได้อีกด้วย ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้จะแสดงให้เห็นถึงความน่าจะเป็นในการชำระหนี้ และ ระดับคะแนนเครดิตในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้บริการได้ทำความเข้าใจและเตรียมตัวก่อนไปติดต่อทำธุรกรรมกับธนาคารและสถาบันทางการเงิน

5 วิธีสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี




เครดิตการเงิน

การมีเครดิตดีถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการอนุมัติธุรกรรมกับธนาคารและสถาบันทางการเงินในอนาคต โดยการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดีสามารถทำได้ด้วย 5 วิธีเบื้องต้น ดังนี้

1. มีประวัติทางการเงินที่ดี

ประวัติทางการเงินที่ดีไม่ได้หมายถึงการมีเงินใช้จ่ายส่วนตัวที่เพียงพอในแต่ละเดือน แต่หมายถึงประวัติทางการเงินกับธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นประวัติในการชำระหนี้ที่ตรงเวลา การขอสินเชื่อและบัตรเครดิต ไปจนถึงการใช้บริการต่างๆ 

หากมีการชำระหนี้ที่ตรงเวลา มีการขอสินเชื่อที่ไม่ถี่จนผิดวิสัย หรือ มียอดหนี้คงเหลือต่อยอดวงเงินที่ใช้ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็เท่ากับว่ามีประวัติทางการเงินที่อยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้มีเครดิตดีตามไปด้วย

2. มีการงานที่มั่นคง

ประวัติในการทำงานเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ทางธนาคารและสถาบันทางการเงินจะพิจารณาเป็นอันดับแรกๆ โดยหากยิ่งมีการงานและรายได้ที่มั่นคง แน่นอนว่าย่อมมีความน่าเชื่อถือที่สูงตามไป ส่งผลให้มีเครดิตดีขึ้นด้วยเช่นกัน

3. มีความเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร

สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีเงินเดือนประจำก็ไม่ต้องเป็นกังวลถึงเรื่องเครดิตทางการเงินไป เนื่องจากธนาคารและสถาบันทางการเงินยังมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือทางการเงินผ่านความเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคารด้วยเช่นกัน 

หากมียอดเงินฝากสม่ำเสมอเป็นประจำ หรือ มีหลักฐานแสดงรายรับสม่ำเสมอในทุกในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน ก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือและเครดิตดีด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบข้อมูลในส่วนนี้ได้ด้วยการขอสเตทเม้น (Statement) จากทางธนาคาร

สเตทเม้น (Statement) คืออะไร?

Statement หรือ สเตทเม้น คือ ข้อมูลความเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร หรือที่หลายคนเรียกว่าเป็นการขอดูบัญชีย้อนหลัง ซึ่งสามารถเรียกดูได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ราย 6 เดือน เป็นต้น

ในปัจจุบันนี้ ผู้ใช้บริการสามารถทำเรื่องขอดูสเตทเม้นเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือหากต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น สามารถติดต่อไปยังธนาคารแต่ละแห่งเพื่อรับทราบรายละเอียดในการขอสเตทเม้นต่อไป

4. มีการฝากประจำ หรือ ลงทุนอย่างต่อเนื่อง

การฝากประจำ หรือ แบ่งเงินลงทุนเท่าๆ กันทุกเดือน สามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเครดิตทางการเงินที่ดีได้ ซึ่งการทำเช่นนี้สามารถช่วยให้ธนาคารและสถาบันทางการเงินเห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้มาเพื่อเก็บออมและนำเงินไปต่อยอดในการลงทุน

5. มีบัตรเครดิตที่ดี

บัตรเครดิต ไม่เพียงแต่จะมีสิทธิประโยชน์มากมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างเครดิตทางการเงินที่ดีให้กับผู้ถือบัตรได้ โดยหากปฏิบัติตามเงื่อนไขของทางธนาคารครบถ้วน มีการชำระยอดบัตรเครดิตตรงเวลา และไม่นำบัตรเครดิตไปใช้ผิดจุดประสงค์ ก็จะทำให้มีเครดิตดีได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี เมื่อตัดสินใจใช้บัตรเครดิตแล้ว อย่าลืมวางแผนการเงินให้รอบคอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้ที่ตรงเวลาและเต็มจำนวน ทั้งยังไม่ควรเปิดบัตรเครดิตหลายใบเพื่อโปะหนี้ไปเรื่อยๆ เพราะนอกจากจะทำให้เป็นหนี้ไม่รู้จักจบสิ้นแล้ว ยังส่งผลต่อเครดิตทางการเงินของตัวเองในอนาคตอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า การมีเครดิตดีเท่ากับการมีความน่าเชื่อถือทางการเงินสูง ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติธุรกรรมและบริการต่างๆ ของธนาคารและสถาบันทางการเงินที่มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลกับการเงินส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการทำธุรกรรมเพื่อธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมวางแผนทางการเงินให้รอบคอบเพื่อสร้างเครดิตทางการเงินที่ดีตั้งแต่วันนี้ และสำหรับใครที่กำลังมองหาบัตรเครดิตดีๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมช่วยสร้างเครดิตดีไปในตัว การเป็นสมาชิกบัตรเครดิต KTC คือคำตอบ

บัตรเครดิต KTC ลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ ครบทั้งบัตรเครดิตทั่วไป บัตรท่องเที่ยว บัตรเติมน้ำมันและรถยนต์ บัตรสำหรับสุขภาพและโรงพยาบาล บัตรคืนเงิน บัตรองค์กร และบัตร co-brand เพื่อทุกความต้องการที่ลงตัว พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC โดยเฉพาะ

สมัครสมาชิกบัตรเครดิต KTC ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ KTC PHONE 02 123 5000