‘โบนัส’ หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้การทำงานในองค์กรมีความน่าสนใจมากขึ้น โบนัสไม่เพียงแต่เป็นรางวัลที่มอบให้กับความทุ่มเทในการทำงานหรือความสำเร็จของบุคคลในองค์กร แต่ยังสะท้อนถึงผลประกอบการของบริษัทในแต่ละปีอีกด้วย ซึ่งพนักงานหลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า โบนัสมาจากไหน แล้วโบนัสคิดยังไง วิธีการจ่ายโบนัส วิธีคิดโบนัสเป็นเปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ อีกมากมาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับโบนัส พร้อมพาไปดูกันว่าในปี 2567 นี้ บริษัทไหนที่จ่ายโบนัสมากที่สุด

โบนัส คืออะไร ?

โบนัส (Bonus) คือ การจ่ายเงินหรือผลประโยชน์พิเศษที่นายจ้างมอบให้แก่พนักงาน เพื่อเป็นการให้รางวัลหรือแรงจูงใจในการทำงาน โดยปกติแล้วโบนัสจะไม่เป็นเงินเดือนประจำหรือค่าจ้างปกติ แต่จะจ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เช่น การทำงานที่มีผลงานดี หรือการทำงานในช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งโบนัสอาจจะแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น โบนัสประจำปี โบนัสตามผลงาน โบนัสจากกำไรของบริษัท หรือโบนัสตามความสามารถส่วนบุคคลของพนักงาน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท


โบนัสคิดยังไง ?

หากคุณสงสัยว่าโบนัสคิดยังไง ? วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว ซึ่งการคิดโบนัสสามารถคำนวณได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและนโยบายของบริษัทส่วนใหญ่ โดยวิธีที่นิยมมากที่สุดในการคำนวณโบนัส คือ การคิดจากฐานเงินเดือนของพนักงาน โดยการคิดคำนวณจะเป็นไปตามผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนั้นๆ และผลงานของพนักงานเอง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ผลประกอบการของบริษัท : หากบริษัทมีกำไรสูง โบนัสรวมที่จ่ายจะเพิ่มขึ้น เช่น กำไรสุทธิ 100 ล้านบาท กำหนดโบนัส 10% = โบนัสรวม 10 ล้านบาท แบ่งให้พนักงานตามเกณฑ์
  • ผลการทำงานของพนักงาน : ใช้การประเมิน KPI หรือคะแนนผลงาน เช่น พนักงานที่ทำผลงานได้ 80% จะได้รับโบนัส 80% ของอัตราเต็ม
  • ตำแหน่งงานและระยะเวลาทำงาน : พนักงานระดับบริหารหรือผู้ที่ทำงานมานานมักได้รับโบนัสในอัตราที่สูงกว่า


ตัวอย่างการคำนวณโบนัส

  • เงินเดือน x อัตราโบนัส (%) = โบนัสที่ได้รับ
    เช่น 30,000 x 200% = 60,000 บาท (เงินเดือน 30,000 บาท / รับโบนัส 200%)
  • เงินเดือน x จำนวนเดือนโบนัสที่ได้ = โบนัสที่ได้รับ
    เช่น 30,000 x 1.5 = 45,000 บาท (เงินเดือน 30,000 บาท / รับโบนัส 1.5 เดือน)

โบนัส จ่ายยังไง ?
การจ่ายโบนัสมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับนโยบายและความเหมาะสมของแต่ละองค์กร โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้

  1. การจ่ายเป็นเงินสด
    รูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด คือ จ่ายโบนัสเป็นเงินก้อนเข้าบัญชีพร้อมเงินเดือน หรือแยกจ่ายต่างหาก เช่น ในช่วงสิ้นปี
  2. การจ่ายเป็นของขวัญหรือสวัสดิการพิเศษ
    บางองค์กรเลือกจ่ายโบนัสเป็นของขวัญ เช่น บัตรของขวัญ สินค้าพิเศษ หรือแพ็กเกจท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่พนักงาน
  3. การจ่ายเป็นหุ้นบริษัท
    บริษัทขนาดใหญ่ เช่น ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรือการเงิน อาจจ่ายโบนัสในรูปของหุ้นบริษัท เพื่อสร้างแรงจูงใจและผูกพันกับองค์กรในระยะยาว
  4. การแบ่งจ่ายเป็นงวด
    บางบริษัทเลือกแบ่งจ่ายโบนัสเป็นงวด เช่น 50% ในสิ้นปี และอีก 50% ในกลางปีถัดไป เพื่อกระตุ้นให้พนักงานทำงานต่อในองค์กร


บริษัทจ่ายโบนัสตอนไหน ?

ช่วงเวลาการจ่ายโบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายของแต่ละองค์กร โดยทั่วไปมีช่วงเวลาที่นิยมดังนี้

  • ช่วงสิ้นปี (ธันวาคม)

เป็นช่วงที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากบริษัทสรุปผลประกอบการสิ้นปีแล้ว โบนัสจึงถูกจ่ายเป็นของขวัญหรือรางวัลสำหรับการทำงานในปีที่ผ่านมา

  • ช่วงต้นปี (มกราคม - กุมภาพันธ์)

บางบริษัทเลือกจ่ายโบนัสต้นปี เพื่อให้มีเวลาสรุปผลกำไรสุทธิอย่างละเอียดในปีที่สิ้นสุดแล้ว

  • หลังการประเมินผลงานประจำปี

หากบริษัทใช้ระบบประเมินผลงานรายบุคคล (Performance Review) โบนัสอาจถูกจ่ายหลังจากกระบวนการประเมินเสร็จสิ้น เช่น ในไตรมาสแรกของปี

  • จ่ายตามรอบปีบัญชีของบริษัท

บริษัทที่มีรอบบัญชีไม่ตรงกับปีปฏิทิน เช่น รอบบัญชีเริ่มในเดือนกรกฎาคม อาจจ่ายโบนัสในเดือนกรกฎาคมหรือหลังจากนั้น

  • ช่วงกลางปี (โบนัสพิเศษ)

ในบางองค์กร เช่น กลุ่มธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง อาจมีโบนัสพิเศษ (Mid-Year Bonus) เพื่อขอบคุณพนักงานระหว่างปี




การคิดโบนัสสำหรับพนักงานขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท และเงื่อนไข


วิธีคิดโบนัสเป็นเปอร์เซ็นต์

การคำนวณโบนัสเป็นเปอร์เซ็นต์ช่วยให้ทั้งพนักงาน และบริษัทสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างโบนัสที่จ่ายและเงินเดือนที่ได้รับได้ง่ายและชัดเจน อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดในการประเมินการทำงานและกำหนดนโยบายของบริษัทในอนาคต


สูตรการคำนวณโบนัสเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน

เปอร์เซ็นต์โบนัส = (เงินเดือน/จำนวนโบนัส) × 100


ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าคุณได้รับโบนัสจำนวน 10,000 บาท และเงินเดือนของคุณคือ 40,000 บาท

เปอร์เซ็นต์โบนัส : (10,000/40,000) × 100 = 25%

ดังนั้น โบนัสที่คุณได้รับคิดเป็น 25% ของเงินเดือน


ตัวอย่างตารางให้/จ่ายโบนัสของบริษัท

ตารางให้/จ่ายโบนัส คือ ตารางที่ใช้ในการอธิบายและกำหนดอัตราโบนัสที่บริษัทจะจ่ายให้กับพนักงานตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น ระดับตำแหน่งผลงาน หรือระยะเวลาการทำงาน เพื่อให้พนักงานทราบว่าพวกเขาจะได้รับโบนัสในอัตราเท่าไหร่หรือจำนวนเงินเท่าใดในแต่ละกรณี

โดยตัวอย่างตารางอาจจะมีลักษณะดังนี้


ตัวอย่างที่ 1 : ตารางโบนัสตามผลงาน (Performance-Based Bonus)

ตำแหน่ง

ผลงาน (คะแนน)

โบนัส (%)

จำนวนโบนัส (บาท)

พนักงานทั่วไป

75 คะแนน

50%

10,000

หัวหน้างาน

80 คะแนน

75%

22,500

ผู้จัดการ

90 คะแนน

100%

50,000

ผู้อำนวยการ

95 คะแนน

150%

120,000


ตัวอย่างที่ 2 : ตารางโบนัสตามผลงาน (Performance-Based Bonus)

ยอดขาย

โบนัส (%)

จำนวนโบนัส (บาท)

ยอดขาย 10 ล้านบาท

2%

20,000 บาท

ยอดขาย 20 ล้านบาท

5%

50,000 บาท

ยอดขาย 30 ล้านบาท

7%

70,000 บาท

ยอดขาย 50 ล้านบาท

10%

10,000 บาท

หลายคนอาจสงสัยว่าควรทำงานที่บริษัทใดจึงจะได้รับโบนัสที่คุ้มค่าและเงื่อนไขที่ดี วันนี้เรามีตัวอย่าง 5 บริษัทที่มอบโบนัสประจำปี 2567 ในอัตราสูง พร้อมเงินพิเศษให้พนักงาน มีดังนี้

  1. บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริค ไทย ออโต้-พาร์ท จำกัด= 7.5 เดือน + 10,000
  2. บริษัท ไอซิน พาวเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัด= 7.4 เดือน + 41,000
  3. Hino Motors= 7.3 เดือน + 40,000
  4. บริษัท สยามไอซิน จำกัด= 7.2 เดือน + 25,000
  5. บริษัท เจเทคโตะ ออโตโมทีฟ(ไทยแลนด์) จำกัด = 6.5 เดือน + 34,000

อ้างอิงจาก :https://www.tnews.co.th/social/social-news/617478

ทั้งนี้ โบนัสไม่ใช่แค่รางวัลจากการทำงานหนักตลอดทั้งปี แต่ยังเป็นโอกาสในการต่อยอดความฝันและตอบโจทย์เป้าหมายของชีวิต ไม่ว่าคุณจะใช้เพื่อการลงทุน ออมเงิน หรือเติมเต็มความสุขส่วนตัว การวางแผนใช้โบนัสอย่างชาญฉลาดคือกุญแจสำคัญสู่อนาคตที่มั่นคง


นอกเหนือจากโบนัสที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินแล้ว การมีบัตรเครดิต KTC ติดตัวก็เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย รวมถึงเครดิตเงินคืน ส่วนลดที่ร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า ฯลฯ สำหรับท่านใดที่สนใจสมัคร สามารถสมัครบัตรเครดิต KTCผ่านทางออนไลน์ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC