ประกันสังคมถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับพนักงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทลูกจ้างเอกชน หรือแม้แต่ผู้ประกอบอาชีพอิสระฟรีแลนซ์ที่เข้าร่วมประกันสังคม แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า ประกันสังคมหักเท่าไหร่ล่าสุด หรือแท้จริงแล้วเงินที่ถูกหักไปจากเงินเดือนทุกเดือนนั้นคิดคำนวณอย่างไร และทำไมบางคนถึงจ่ายน้อย บางคนจ่ายมาก รวมถึงฐานประกันสังคม 2568 มีการปรับเปลี่ยนอะไรบ้างในระบบการคำนวณเงินสมทบ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกับการหักประกันสังคม 2568 พร้อมตอบทุกข้อสงสัยที่ทุกคนอยากรู้


ประกันสังคม คืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทบทวนความรู้กันเล็กน้อยประกันสังคมคือระบบที่รัฐจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ทำงาน โดยมีเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ประกันตนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เช่น การเจ็บป่วย การคลอดบุตร การทุพพลภาพ การว่างงาน หรือการเกษียณอายุ

โดยผู้ที่มีสิทธิ์ในการรับประกันสังคมแบ่งออกเป็นมาตราต่างๆ แต่ละมาตราก็มีเงื่อนไขและการสนับสนุนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะขออธิบายรายละเอียดของแต่ละมาตราและวิธีการหักเงินประกันสังคมดังนี้



ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ผู้ที่ทำงานอยู่ในบริษัทซึ่งเป็นพนักงานประจำ


1. ผู้ประกันตนมาตรา 33

คือ ลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในบริษัทหรือองค์กรที่มีการว่าจ้างลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมร่วมกับนายจ้างและรัฐบาลในอัตราที่กำหนด เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ


การจ่ายเงินสมทบ หักประกันสังคม 2568

  • นายจ้าง:5% ของเงินเดือนลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน 875 บาทต่อเดือน
  • ลูกจ้าง:5% ของเงินเดือน สูงสุดไม่เกิน 875 บาทต่อเดือน (เงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณคือ 17,500 บาท)
  • รัฐบาล:2.5% ของเงินเดือน


ตัวอย่าง:

  • เงินเดือน 5,000 บาท : จ่าย 250 บาท
  • เงินเดือน 10,000 บาท : จ่าย 500 บาท
  • เงินเดือน 15,000 บาท : จ่าย 750 บาท
  • เงินเดือน 17,500 บาท : จ่าย 875 บาท


สิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง 7 กรณี

  • ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย
  • คลอดบุตร
  • พิการ (ทุพพลภาพ)
  • เสียชีวิต
  • สงเคราะห์บุตร
  • ชราภาพ
  • ว่างงาน



ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือ ผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่ได้ออกจากงานประจำ แต่ต้องการคงสิทธิ์การรับประกันสังคมไว้


2. ผู้ประกันตนมาตรา 39

คือ บุคคลที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่ได้ลาออกหรือเลิกการจ้างงานแล้ว โดยต้องการคงสิทธิ์การรับประกันสังคมไว้ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ โดยจะต้องส่งเงินสมทบเองในอัตราที่กำหนด


การจ่ายเงินสมทบ หักประกันสังคม 2568

  • ผู้ประกันตน : จ่าย 9% ของฐานเงินเดือนที่กำหนดคือ 4,800 บาท หรือเท่ากับ 432 บาทต่อเดือน และรัฐจะช่วยสมทบเงินเพิ่มอีก 120 บาทต่อเดือน


สิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง 6 กรณี

  • ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย
  • คลอดบุตร
  • พิการ (ทุพพลภาพ)
  • เสียชีวิต
  • สงเคราะห์บุตร
  • ชราภาพ



ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ alt: หักประกันสังคม 2568


3. ผู้ประกันตนมาตรา 40

คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการจ้างงานที่กำหนดโดยมาตรา 33 หรือ 39 สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมตามอัตราการส่งเงินสมทบที่เลือก


การจ่ายเงินสมทบ หักประกันสังคม 2568

ผู้ประกันตนสามารถเลือกแผนการสมทบตามเงื่อนไขที่ต้องการได้ ซึ่งมี 3 ทางเลือกคือ

  • ทางเลือกที่ 1 :จ่าย 70 บาทต่อเดือน
  • ทางเลือกที่ 2 :จ่าย 100 บาทต่อเดือน
  • ทางเลือกที่ 3 : จ่าย 300 บาทต่อเดือน


สิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง

สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองของมาตรา 40 จะลดหลั่นกันไปตามแผนการจ่ายเงินสมทบที่ผู้ประกันตนเลือกจ่าย

ทางเลือกที่ 1 :คุ้มครอง 3 กรณี

  • ประสบอันตราย หรือ เจ็บป่วย
  • ทุพพลภาพ
  • เสียชีวิต

ทางเลือกที่ 2 :คุ้มครอง 4 กรณี

  • ประสบอันตราย หรือ เจ็บป่วย
  • กรณีทุพพลภาพ
  • กรณีเสียชีวิต
  • กรณีชราภาพ

ทางเลือกที่ 3 :คุ้มครอง 5 กรณี

  • ประสบอันตราย หรือ เจ็บป่วย
  • ทุพพลภาพ
  • ตาย
  • ชราภาพ
  • สงเคราะห์บุตร


การปรับฐานเงินประกันสังคม

การปรับฐานประกันสังคม 2568 ทั้งค่าจ้างและอัตราการจ่ายเงินสมทบ จะช่วยให้ระบบประกันสังคมสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2569 :ฐานค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ถึง 31 ธันวาคม 2572 :ฐานค่าจ้างสูงสุดเพิ่มเป็นไม่เกิน 20,000 บาท
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2573 เป็นต้นไป:ฐานค่าจ้างสูงสุดเพิ่มเป็นไม่เกิน 23,000 บาท


สุดท้ายนี้ การเข้าใจระบบประกันสังคมและการคำนวณเงินสมทบ ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังทำให้คุณตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว หากใครกำลังมองหาตัวช่วยในการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน บัตรเครดิต KTC สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณได้ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นมากมายสำหรับสมาชิก สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านทางออนไลน์และสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUDได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC