เมื่อพูดถึงเรื่องเงินบำเหน็จตกทอด หลายคนอาจสงสัยว่าเงินบำเหน็จตกทอด คืออะไร มีวิธีการคำนวณอย่างไร และใครมีสิทธิ์ได้รับบ้าง? วันนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงินบำเหน็จตกทอด พร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยให้คุณจัดการเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้องและวางแผนการเงินในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น


บําเหน็จตกทอด คืออะไร ?

บำเหน็จตกทอด คือ เงินที่จ่ายให้แก่ทายาทโดยจ่ายครั้งเดียว ในกรณีที่สมาชิกหรือผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย (มาตรา 3

พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539)

อธิบายให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ เป็นเงินก้อนที่รัฐจัดสรรให้แก่ทายาทหรือบุคคลที่มีสิทธิ์ เมื่อ ข้าราชการ ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด หรือผู้รับบำนาญเสียชีวิต โดยเงินบำเหน็จตกทอดนี้ เป็นเงินสะสมจากการทำงาน ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ระบุไว้ในกฎหมายหรือข้อบังคับของหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งนี้ บำเหน็จตกทอดมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียชีวิตนั่นเอง


บำเหน็จตกทอด แบ่งอย่างไร ?

บำเหน็จตกทอด แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. บำเหน็จตกทอดกรณีข้าราชการประจำหรือทหารกองทุนมีเบี้ยหวัดถึงแก่ความตาย หมายถึง ข้าราชการตายในระหว่างรับราชการ หรือทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตาย ถ้าความตายนั้นมิได้เกิดขึ้นจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของตนเอง
  2. บำเหน็จตกทอดกรณีผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย หมายถึง ผู้รับบำนาญปกติ หรือผู้มีสิทธิ์จะได้รับบำนาญปกติ หรือผู้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพถึงแก่ความตาย ให้จ่ายบำเหน็จตกทอดเป็นจำนวน 30 เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับหรือมีสิทธิ์ได้รับนั้น รวมเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ หรือ ช.ค.บ. (ไม่รวมเงินเพิ่มอื่นๆ)


บําเหน็จตกทอด คิดยังไง ได้เท่าไหร่ ?


1. กรณีข้าราชการประจำหรือทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดถึงแก่ความตาย


สูตรคำนวณ


บำเหน็จตกทอด = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ (ปี)

  • สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. : เวลาราชการ เศษของปี ถ้าถึง 6 เดือน ให้นับเป็นหนึ่งปี
  • สำหรับสมาชิก กบข. : เวลาราชการ เศษของปี ให้นับเป็นเดือนและวัน
  • สำหรับทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด :เงินเดือนเดือนสุดท้าย หมายถึง เงินเดือนเดือนสุดท้ายก่อนออกรับเบี้ยหวัด (หากมีการปรับเงินเดือนตามมติคณะรัฐมนตรี ให้ปรับฐานเงินเดือนเช่นเดียวกับการขอรับบำเหน็จบำนาญย้ายประเภท)


2. กรณีผู้รับบำนาญตาย

สูตรคำนวณ(ผู้รับบำนาญตายก่อนวันที่ 1 ก.พ. 2551)


บำเหน็จตกทอด = บำนาญ x 30 - บำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับไปแล้ว

สูตรคำนวณ(ผู้รับบำนาญตายตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2551 เป็นต้นไป)


บำเหน็จตกทอด = (บำนาญ + ช.ค.บ.) x 30 - บำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับไปแล้ว

สำหรับการคำนวณเงินบำเหน็จตกทอดรายใด ได้ผลเป็นยอดเงินบำเหน็จตกทอดไม่ถึง 3,000 บาท ให้จ่ายเป็นเงินบำเหน็จตกทอด 3,000 บาท


บําเหน็จตกทอด ระบุผู้รับได้ไหม ?

เงินบําเหน็จตกทอด ระบุผู้รับได้ไหม ? คำตอบก็คือ“ได้”และหากสงสัยว่าบําเหน็จตกทอด แบ่ง อย่างไร คำตอบก็คือ สามารถแบ่งตามลำดับได้ ดังนี้

  1. บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย (1 - 2 คน = 2 ส่วน ถ้า 3 คนขึ้นไป = 3 ส่วน)
  2. คู่สมรส 1 ส่วน
  3. บิดาหรือมารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายละ 1 ส่วน
  • กรณีไม่มีทายาทในลำดับที่ 1 - 3 เลยแม้แต่คนเดียว ให้จ่ายให้แก่บุคคลที่มีชื่อในหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด
  • กรณีไม่มีทายาทในลำดับที่ 1 - 3 เลยแม้แต่คนเดียว และไม่มีบุคคลที่มีชื่อในหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด ให้เงินบำเหน็จตกทอดตกเป็นของแผ่นดิน (มาตรา 48 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และ มาตรา 58 พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539)



บําเหน็จตกทอด คือ เงินที่จ่ายให้แก่ทายาท เพียงครั้งเดียว ในกรณีผู้รับบำนาญเสียชีวิต


บําเหน็จตกทอด กี่วันได้ ?

ระยะเวลาในการได้รับบำเหน็จตกทอดจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 30-90 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน


ขั้นตอนการยื่นขอรับบำเหน็จตกทอด

สำหรับข้าราชการ/ข้าราชการบำนาญเสียชีวิต ให้ทายาทผู้เสียชีวิตหรือผู้มีสิทธิ์ไปยื่นเรื่องต่อหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อกรอกแบบคำขอรับบำนาญพิเศษและหรือบำเหน็จตกทอดกรณีถึงแก่ความตาย (แบบ 5309) และให้ทายาทหรือผู้มีสิทธิ์รับเงิน ลงลายมือชื่อต่อเจ้าหน้าที่จำนวน 2 ชุด พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินด้วย ดังนี้

  • เอกสารของผู้ตาย(จำนวนอย่างละ 2 ชุด)
  1. สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรข้าราชการ
  2. สำเนาใบมรณะบัตร
  3. สำเนาเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ถ้ามี)
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารของคู่สมรส (จำนวนอย่างละ 2 ชุด)
  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาใบทะเบียนสมรส (ก่อน พ.ศ. 2478 หนังสือรับรอง)
  4. สำเนาเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ถ้ามี)
  5. สำเนาใบหย่า (ถ้ามี)
  6. สำเนาใบมรณะบัตรของคู่สมรส หรือหนังสือรับรองการเสียชีวิต
  7. สำเนาบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์/กระแสรายวัน
  • เอกสารของบุตร (จำนวนอย่างละ 2 ชุด)
  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาใบทะเบียนสมรส (กรณีเป็นบุตรสาว)
  4. สำเนาเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ถ้ามี)
  5. สำเนาใบหย่า (ถ้ามี)
  6. สำเนาใบมรณะบัตรของบุตร หรือหนังสือรับรองการเสียชีวิต
  7. สำเนาทะเบียนหนังสือรับรองบุตร (ถ้ามี)
  8. คำสั่งตั้งผู้ปกครอง (ถ้ามี)
  9. สำเนาบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์/กระแสรายวัน
  • เอกสารของบิดา-มารดาของผู้ตาย (จำนวนอย่างละ 2 ชุด)
  1. สำเนาบัตรประชาชนบิดา-มารดา
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาใบทะเบียนสมรส (กรณีเป็นบุตรสาว)
  4. สำเนาเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ถ้ามี)
  5. สำเนาใบมรณะบัตรของบิดา-มารดา หรือหนังสือรับรองการเสียชีวิต
  6. สำเนาบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์/กระแสรายวัน


หมายเหตุ :

  • กรณีข้าราชการเสียชีวิต ให้ทายาททุกคนแนบเอกสารบันทึกการสอบสวน (ปค.14) ด้วย
  • หนังสือรับรองการเสียชีวิต ผู้รับรองจะต้องเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ให้แนบเอกสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ดังนี้
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ จำนวน 2 ชุด
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ชุด

บำเหน็จตกทอด คือเงินที่จะช่วยดูแลและแบ่งเบาภาระของครอบครัวข้าราชการที่เสียชีวิต แต่การเตรียมแผนสำรองทางการเงินไว้ล่วงหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะในบางครั้ง ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นก่อนเงินก้อนนี้จะถูกโอนเข้าบัญชี


การมีตัวช่วยทางการเงินที่ดีอย่าง บัตรเครดิต KTC จะช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น ทั้งโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือสะสมคะแนน KTC FOREVER สามารถนำคะแนนมาแลกเป็นส่วนลด เครดิตเงินคืน และสิทธิพิเศษมากมายสมัครบัตรเครดิต KTCผ่านออนไลน์ได้แล้ววันนี้ ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC