จากการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยีในยุค Disruption รวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ ทำให้หลายบริษัทบอบช้ำจนต้องประกาศเลิกกิจการเพราะแบกรับภาระไม่ไหว หรืออาจต้องแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างภายในด้วยการลดจำนวนพนักงานเกิดการเลิกจ้างบางส่วน ทำให้หลายคนตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อถูกเลิกจ้างแบบนี้ ในฐานะของลูกจ้าง เรามีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนดอย่างไร มาดูกันว่าเงินชดเชย การเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ต้องได้เท่าไหร่ ภายในกี่วัน ?


เงินชดเชย การเลิกจ้าง คืออะไร ?

เงินชดเชย หรือค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่7)พ.ศ. 2562คือเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เมื่อถูกเลิกจ้าง หรือถูกให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจ และไม่มีความผิดใดๆ โดยไม่เข้าข้อยกเว้น ซึ่งเป็นเงินนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง โดยพิจารณาอัตราค่าชดเชยตามอายุงานของลูกจ้าง


ข้อยกเว้น ที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ในกรณีต่อไปนี้

  • ลูกจ้างลาออกเอง
  • ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง เช่น โกงเงิน ยักยอกเงิน ฯลฯ
  • ลูกจ้างจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ลูกจ้างประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน
  • ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา3วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • ลูกจ้างได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
  • กรณีการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน และนายจ้างเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ได้แก่ การจ้างงานในโครงการ งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว และงานที่เป็นไปตามฤดูกาล


อัตราค่าชดเชยการเลิกจ้างคิดอย่างไร ?

เมื่อถูกเลิกจ้าง หรือให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจและไม่มีความผิดใดๆ บริษัทจะต้องจ่ายค่าชดเชย ตามกฎหมายแรงงาน มาตรา 118 โดยคำนวณจากเงินเดือนหรือค่าจ้างงวดสุดท้าย ดังนี้

  • ลูกจ้างทำงานครบ120วัน แต่ไม่ครบ1ปี ได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างสุดท้าย30วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ1ปี แต่ไม่ครบ3ปี ได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างสุดท้าย90วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ3ปี แต่ไม่ครบ6ปี ได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างสุดท้าย180วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ6ปี แต่ไม่ครบ10ปี ได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างสุดท้าย240วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ10ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างสุดท้าย300วัน
  • ลูกจ้างทำงานครบ20ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างสุดท้าย400วัน


ค่าตกใจ คืออะไร ?

ค่าตกใจ คือเงินค่าชดเชยแทนการบอกล่วงหน้า ในกรณีเลิกจ้างทันที หรือให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจและไม่มีความผิดใดๆ โดยนายจ้างต้องจ่ายเงินแทน “คำบอกกล่าวล่วงหน้า” เป็นจำนวนเงินเท่ากับ 1งวดของการจ่ายค่าจ้าง เช่น หากลูกจ้างได้ค่าจ้างทุก30วัน นายจ้างจะต้องแจ้งเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย30วัน ไม่เช่นนั้นจะต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า30วันแทน


เงินชดเชย การเลิกจ้าง ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม ?

ในส่วนของการคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย กรณี “เงินชดเชยเลิกจ้าง”จะต้องพิจารณาถึงอายุการทำงาน และเงื่อนไขอื่นประกอบด้วย แต่หากเป็นเงินชดเชยส่วนอื่น เช่น เงินสมทบพิเศษ เงินวันหยุดวันลาที่ไม่ได้ใช้ นายจ้างจะต้องทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากร

ทั้งนี้ เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน เป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นอกเหนือจากค่าจ้างทั่วไป

  • กรณีลูกจ้างทำงานมาแล้วครบ 5 ปี นายจ้างจะต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ด้วยวิธีพิเศษ โดยฝ่ายลูกจ้างสามารถเลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นๆ ก็ได้ ซึ่งมักจะช่วยให้เสียภาษีน้อยกว่าวิธีคำนวณภาษีแบบปกติ แต่ยังต้องยืนภาษีพร้อมกับการยืนภาษีประจำปี (ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91) เพราะไม่สามารถปล่อยให้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วเป็นภาษีสุดท้ายทันทีได้ หรือลูกจ้างจะเลือกเสียภาษีเหมือนค่าจ้างและโบนัสทั่วไปก็ได้
  • กรณีลูกจ้างทำงานยังไม่ครบ 5 ปี เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน จะถูกภาษี ณ ที่จ่ายด้วยวิธีปกติ และลูกจ้างต้องเสียภาษีเหมือนค่าจ้างและโบนัสทั่วไป



เงินชดเชยเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินในวันที่เลิกจ้าง


เงินชดเชย การเลิกจ้าง จ่ายภายในกี่วัน ?

ระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชย ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด ทั้งค่าชดเชยเลิกจ้าง (มาตรา 118) ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกล่วงหน้าและค่าชดเชยพิเศษในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง เพราะเหตุที่นายจ้างปรับปรุงหน่วยงานกระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือการบริการ อันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี (มาตรา 120, 121 และ 122) จะต้องจ่ายเงินในวันที่เลิกจ้าง

ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่คืนหรือไม่จ่าย แต่ไม่จงใจ ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี แต่หากนายจ้างไม่คืนไม่จ่าย โดยจงใจ หรือโดยปราศจากเหตุอันสมควร เมื่อพ้น 7 วันนายจ้างต้องเสียเงินเพิ่มทุกระยะเวลา 7 วัน รวมถึงเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

แม้ยุคนี้เรื่องของการทำงานจะไม่แน่นอน แต่หากเราเตรียมพร้อมเรื่องการเงิน ไม่ว่าจะกี่อุปสรรคที่เข้ามา เราก็สามารถผ่านทุกวิกฤตไปได้ เริ่มต้นด้วยการวางแผนการใช้จ่ายให้ดี และหากกรณีฉุกเฉิน ต้องใช้เงินด่วน บัตรเครดิต ถือเป็นตัวช่วยที่ดีเช่นกัน อย่างบัตรเครดิต KTC มีสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย พร้อมด้วยส่วนลดโปรโมชั่นจากพาร์ทเนอร์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกได้อย่างครอบคลุม สำหรับใครยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครออนไลน์ได้เลยทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง สมัครง่าย อาชีพไหนก็สมัครได้


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC