นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลต้องประกาศใช้มาตรการที่เข้มข้นเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มตั้งแต่มาตรการล็อกดาวน์จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ด้วยหวังลดการแพร่กระจายเชื้อและลดการเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลให้ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต จากที่เคยเดินทางไปทำงานเปลี่ยนมา Work Form Home การเรียนการสอนให้ปรับมาเรียนออนไลน์แทน แม้กระทั่งการซื้ออาหารหรือของใช้จำเป็นต่าง ๆ ก็เปลี่ยนมาใช้บริการFood Deliveryและสั่งของจากซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์แทนการออกไปซื้อด้วยตนเอง ขณะที่ร้านค้า ผู้ประกอบการ ตลอดจนภาคธุรกิจก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้เองรัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาโควิด-19เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งโครงการคนละครึ่งโครงการเราชนะ เพิ่มเงินอุดหนุนในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลดค่าน้ำประปา-ค่าไฟฟ้า มอบเงินเยียวยานายจ้าง-ผู้ประกันตน มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40ไปจนถึงปรับลดเงินสมทบประกันสังคม 2564 เพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นายจ้าง ลูกจ้างหลายคนเกิดข้อสงสัยว่า ตามประกาศลดเงินสมทบประกันสังคม 2564 ล่าสุด ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราเท่าไหร่
เงินสมทบประกันสังคม คืออะไร
เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้างต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองจากรัฐบาลเพื่อสร้างมั่นคงให้กับประชาชน โดยอัตราเงินสมทบประกันสังคมที่ต้องนำส่ง มาจากค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในอัตรา 5% ของฐานค่าจ้างที่นำมาคำนวณต่ำสุดเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท เท่ากับว่า อัตราเงินสมทบขั้นต่ำสูงอยู่ที่เดือนละ 83 บาท แต่ไม่เกินเดือนละ 750 บาท นอกจากนี้ฐบาลจะออกเงินสมทบเข้ากองทุนด้วยอีกส่วนหนึ่ง
ใครบ้างที่ต้องส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
นายจ้างของผู้ประกันตน มาตรา 33
สำหรับนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างพร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ
ผู้ประกันตน มาตรา 33
ลูกจ้างที่ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป โดยมีนายจ้างขึ้นทะเบียนให้ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภาคบังคับตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตน มาตรา 39
เป็นการประกันตนภาคสมัครใจ สำหรับบุคคลที่เคยทำงานในบริษัทและอยู่ในมาตรา 33 มาก่อน ภายหลังได้ลาออกจากงาน แต่ไม่เกิน 6 เดือน หรืออยู่ในสภาวะว่างงานทั้งเคยส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือนขึ้นไป แล้วยังต้องการรับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมอยู่ จึงยื่นขอต่อประกันสังคมเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39
ผู้ประกันตน มาตรา 40
เป็นประกันสังคมสำหรับแรงงานนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถสมัครประกันสังคมมาตรานี้ เพื่อรับความคุ้มครองจากประกันสังคมได้เช่นกัน
เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน ยามขาดสภาพคล่องด้วยบัตรกดเงินสด...กรอกข้อมูลที่นี่
ข้อดีของการลดเงินสมทบประกันสังคม 2564 คือ
การปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมของผู้ประกันตน มาตรา 33 มาตรา 39 และนายจ้างครั้งนี้ แม้จำนวนเงินสมทบที่นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมลดลง แต่มาตรการนี้มีข้อดีเพราะช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดปัญหาทางการเงินของนายจ้างและผู้ประกันตน ทำให้นายจ้างช่วยใหญ่สามารถรักษาระดับการจ้างงานต่อไปได้ แม้ยังต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
ประกันสังคม ปรับลดเงินสมทบประกันสังคมอีกกี่เดือน
เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 และนายจ้าง เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาปรับลดอัตราเงินสมทบปี 2564 ต่ออีก 3 เดือนตั้งแต่เดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2564 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเห็นชอบอนุมัติและให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิตามประกาศลดเงินสมทบประกันสังคม 2564 ล่าสุด ประกอบด้วย
- นายจ้างของผู้ประกันตน มาตรา 33
- ผู้ประกันตน มาตรา 33
- ผู้ประกันตน มาตรา 39
เช็คมาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม เหลือเท่าไหร่
คำนวณเงินสมทบประกันสังคม 2564
ผู้ประกันตน มาตรา 33 และนายจ้าง
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ประกันสังคมปรับการจ่ายเงินสมทบจากเดิมฝ่ายละ 5% ลดเหลือฝ่ายละ 2.5% ของค่าจ้างผู้ประกันตนต่อเดือน เมื่อคำนวณโดยนำเงินเดือน x 5% จะได้จำนวนเงินที่ถูกหักออกไปในแต่ละเดือน เพื่อส่งเงินสมทบประกันสังคม มาตรา 33 ดังนี้
- เงินเดือน 15,000 x 2.5% (เงินหักเข้าประกันสังคม) = 375 (จำนวนเงินที่ถูกหัก)
ผู้ประกันตน มาตรา 40
จากเดิมผู้ประกันตน มาตรา 39 ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราเดือนละ 432 บาท ลดลงเหลือเดือนละ 235 บาท
แม้ปรับลดเงินสมทบประกันสังคม 2564 แต่สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล เงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย เงินสงเคราะห์บุตร เงินทดแทนระหว่างการว่างงาน รวมถึงการชดเชยกรณีขาดรายได้จากการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แม้มีสวัสดิการตรงส่วนนี้อยู่ คุณก็สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินในอนาคต อาทิสมัครบัตรเครดิตไว้รูดซื้อสินค้าหรือบริการแล้วค่อยผ่อนชำระคืนทีหลัง หรือสมัครบัตรกดเงินสดเพื่อเป็นอีกตัวเลือกยามต้องการเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน สุดท้ายนี้เพื่อสุขภาพทางการเงินที่ดีและมั่นคง แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างมีสติ ไม่สร้างภาระให้ตัวเองต้องลำบากในภายหลัง
อ้างอิงข้อมูล :สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ,สำนักงานประกันสังคม
เสริมเครดิตทางการเงิน ด้วยบัตรเครดิต...คลิกที่นี่
ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี
สมัครบัตรกดเงินสด ผู้ช่วยยามฉุกเฉิน...ที่นี่
เบิกถอนเงินสด แบ่งผ่อนชำระได้ทุกที่ทุกเวลา




