ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยใช้ระบบ "ภาษีขั้นบันได" หรือ "อัตราภาษีแบบก้าวหน้า" ซึ่งหมายความว่ายิ่งมีรายได้สุทธิมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามไปด้วย ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี โดยผู้มีรายได้น้อยจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ในขณะที่ผู้มีรายได้สูงจะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า สำหรับใครที่เพิ่งถึงวัยเสียภาษี หรือยังไม่แม่นเรื่องภาษี อย่างรู้ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษีมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้บ้าง บทความนี้มีคำตอบ


บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบภาษีเมื่อไร?

บุคคลธรรมดาต้องยื่นแบบภาษีรายได้ตามภาษีขั้นบันได ที่ได้รับจากปีปฏิทินที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาที่กรมสรรพากรกำหนด ที่โดยทั่วไปแล้วจะเริ่มยื่นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวผู้มีรายได้ จะต้องเตรียมเอกสารและตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี เพื่อให้การยื่นแบบภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน


ตารางภาษีขั้นบันได ปี 2568





วิธีคำนวณภาษีแบบเข้าใจง่าย

การคำนวณภาษี 2568 ตามระบบภาษีขั้นบันได สามารถทำได้ง่ายด้วยตัวเอง ด้วยการใช้ข้อมูลของเงินเดือน และฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งวิธีคำนวณภาษีจะทำได้ ดังนี้


ตัวอย่างสำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 50,000 บาท

  • รายได้รวมประจำปี:50,000 × 12 = 600,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่าย:50% ของ 600,000 = 300,000 บาท (แต่ใช้ได้สูงสุดเพียง 100,000 บาท)
  • หักลดหย่อนส่วนตัว:60,000 บาท
  • คำนวณรายได้สุทธิ:600,000 - 100,000 - 60,000 = 440,000 บาท
  • คำนวณภาษี:
    • รายได้ 150,000 แรก: 0 บาท
    • ส่วนที่เกิน 150,000: 440,000 - 150,000 = 290,000 บาท
      • 150,000 บาทแรกในส่วนนี้คิด 5% = 150,000 × 0.05 = 7,500 บาท
      • ส่วนที่เหลือ 290,000 - 150,000 = 140,000 บาท คิด 10% = 140,000 × 0.10 = 14,000 บาท


  • ภาษีที่ต้องจ่าย: 7,500 + 14,000 = 21,500 บาท


รวม ค่าลดหย่อนภาษีขั้นบันได 2568

ก่อนที่จะยื่นภาษีในปีนี้ เราขอแนะนำให้คุณลองดูรายละเอียดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี 2568ซึ่งจะมีส่วนที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล:60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส:60,000 บาทสำหรับสามีหรือภรรยา
  • ค่าลดหย่อนบุตร:30,000 ถึง 60,000 บาทต่อบุตร 1 คน
  • ค่าลดหย่อนบิดามารดา:30,000 บาทต่อคน
  • ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ:60,000 บาทต่อคน
  • ค่าฝากครรภ์และทำคลอด:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์
  • เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและเงินฝากแบบมีประกันชีวิต:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท และรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปไม่เกิน 100,000 บาท
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และ กบข.:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15% ของเงินเดือน ส่วน กบข. สูงสุด 30% ของเงินเดือนและรวมแล้วไม่เกิน 500,000 บาท
  • ค่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF):ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วไม่เกิน 500,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตบำนาญ:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วไม่เกิน 500,000 บาท
  • เงินประกันสังคม:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 9,000 บาท
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.):ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วไม่เกิน 500,000 บาท
  • ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
  • เงินบริจาคพรรคการเมือง:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท
  • เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่ากองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG):ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 300,000 บาท
  • ค่าสร้างบ้านใหม่:10,000 บาทต่อค่าการก่อสร้างทุก 1,000,000 บาท และรวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อน Easy E-Receipt 2.0:ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 50,000 บาท
  • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ:2 เท่าของเงินบริจาคที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
  • เงินบริจาคทั่วไป: ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่ารถหย่อน


ข้อแนะนำลดหย่อนภาษี เก็บเงินให้อยู่กับตัวได้เยอะขึ้น

หากคุณต้องการลดหย่อนภาษี เพื่อให้สามารถจ่ายเงินในแต่ละปี ตามเงื่อนไขภาษีขั้นบันไดได้ลดลง จะมีข้อแนะนำที่น่าสนใจ ดังนี้


Easy e-Receipt

การใช้บริการ Easy e-Receipt เพื่อบันทึกและจัดเก็บหลักฐานการใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การยื่นภาษี และลดหย่อนภาษีเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว และช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษีได้มากขึ้น


บริจาคเงินเพื่อสาธารณประโยชน์

การบริจาคเงินให้กับหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ช่วยให้คุณสามารถช่วยเหลือสังคมพร้อมกับประหยัดภาษีได้ด้วยในเวลาเดียวกัน


เบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพ

การชำระเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้คุณได้รับความคุ้มครองจากความเสี่ยง ในขณะที่ยังคงลดภาระภาษีรายได้บุคคลธรรมดาได้ด้วยเช่นกัน


ค่าใช้จ่ายการศึกษา

สำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรหรือค่าเล่าเรียน สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ซึ่งช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายครอบครัว ที่เกิดขึ้นตามภาษีขั้นบันไดลดลงได้ในแต่ละปี


ภาษีขั้นบันได และข้อควรรู้ทั้งหมดในการลดค่าใช้จ่ายภาษี

ทั้งหมดที่ได้แนะนำไปนี้เป็นรายละเอียด ที่คุณควรรู้เกี่ยวกับภาษีขั้นบันได การคิดภาษีเงินได้ และการยื่นภาษี 2568ซึ่งหากทำความเข้าใจได้อย่างละเอียด ก็จะช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายตามบันไดภาษีได้ดีอย่างแน่นอน และจะเห็นได้ว่าการใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อสิ่งของ หรือการซื้อประกันนั้น ก็เป็นส่วนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

แต่เมื่อต้องเผชิญกับความจำเป็นเร่งด่วนบัตรกดเงินสดKTC PROUD คือตัวช่วยด้านการเงินยามฉุกเฉินที่ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างรอบคอบไม่สะดุด บริหารเงินง่าย ปิดจบสถานการณ์หมุนเงินไม่ทันใช้ สามารถเบิก ถอน โอน ได้ผ่าน KTC Application และสามารถใช้ผ่อนสินค้า โปรโมชั่น 0% ได้นานสูงสุด 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ สมัครง่าย เงินเดือนเริ่มต้น 12,000 บาทก็สมัครได้

ทุกการใช้จ่ายไม่มีสะดุด ด้วยบัตรกดเงินสด KTC PROUD

  • สมัครง่าย เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้
  • อนุมัติไว เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันที เมื่ออนุมัติ
  • เบิกเงินได้ 24 ชั่วโมง ผ่านแอป KTC Mobile และ ATM ทั่วประเทศ
  • ผ่อนสินค้า 0% นานสูงสุด 24 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • รูดซื้อสินค้า และช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษทั้งปี

บัตรกดเงินสด KTC PROUD วงเงินพร้อมใช้ สมัครง่าย รู้ผลไว




*กู้เท่าที่จําเป็นและชําระคืนได้ตามกําหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 20%-25% ต่อปี