ในยุคที่ผู้คนพกกระเป๋าสตางค์กันน้อยลง พฤติกรรมของคนกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว ซึ่งจะสังเกตได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าคนไทยที่มักจะ “ขอสแกนจ่าย” ตามร้านค้ามากขึ้น หรือจะเป็นลูกค้าต่างชาติที่เริ่มมองหาป้าย QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการแทนการใช้จ่ายด้วยเงินสดที่แลกเป็นสกุลเงินไทย

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ในมุมของผู้ประกอบการ การปรับตัวให้เท่าทันเทรนด์สังคมไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่กลับเป็น “สิ่งสำคัญ” ในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจ เพราะร้านค้าที่รองรับ QR Payment เปรียบเสมือนการเปิดประตูทางธุรกิจให้กว้างมากขึ้น เกิดการขายคล่องมากขึ้น ลูกค้าใช้จ่ายง่ายมากขึ้น และตัดช่องทางที่จะทำให้สูญเสียลูกค้า

 

QR Payment คืออะไร?

QR Payment คือ ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนึ่งที่ใช้การสแกน QR Code โดยลูกค้าสามารถสแกน QR Code ที่ทางร้านค้าจัดเตรียมไว้ เพื่อทำการชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือ Mobile Banking บนสมาร์ทโฟน ซึ่ง QR Code อาจเป็นบัญชีธนาคารหรือ Promptpay ก็ได้ ความสะดวกสบายนี้ช่วยให้การทำธุรกรรมเกิดขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินสด ลดการสัมผัส และลดความยุ่งยากในการหยิบจ่ายและทอนเงิน

 


QR Payment มีกี่แบบ?

ปัจจุบันการสแกนจ่าย QR Payment ในประเทศไทยรองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์รูปแบบและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค โดย QR Payment แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1. QR Credit Card (QR บัตรเครดิต)

ระบบการชำระเงิน่ที่ช่วยให้ผู้ใช้บัตรเครดิตไม่ต้องพกบัตรพลาสติก และไม่ต้องใช้บัตรพลาสติกในการแตะ หรือรูดจ่ายค่าสินค้าและบริการ โดยผู้ใช้บัตรเครดิตสามารถใช้แอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีบัตรเครดิตในการสแกนจ่ายค่าสินค้าและบริการที่ออกโดยเครื่อง EDC หรือระบบที่รองรับ โดยเงินที่ใช้ในการชำระค่าสินค้าจะตัดยอดจาก “วงเงินบัตรเครดิตที่เหลืออยู่” แทนการหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ ซึ่งจุดเด่นของการชำระเงินในรูปแบบ QR Credit Card คือการที่ผู้ใช้บัตรเครดิตจะได้รับคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายครบตามเงื่อนไขของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ และสามารถใช้โปรโมชั่นที่บัตรเครดิตมีร่วมกับร้านค้า เพื่อรับความคุ้มค่าที่เหนือระดับกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสด

QR Credit Card สามารถใช้บัตรเครดิตที่ผูกกับแอปพลิเคชันของสถาบันการเงินในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการได้ ซึ่งรูปแบบการชำระเงินดังกล่าวนี้สามารถทำรายการกับร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยจะมี QR Code และสัญลักษณ์การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต พร้อมมีสัญลักษณ์ Visa, Mastercard, JCB และ UnionPay ปรากฏอยู่บนแผ่นป้าย QR Code โดยปัจจุบันมีธนาคารและสถาบันการเงินที่รองรับอยู่ 7 แห่ง ได้แก่ KTC, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, AEON, กรุงศรีคอนซูมเมอร์ (UCHOOSE) และธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)

 

2. QR PromptPay (QR เงินสด)

QR PromptPay เป็นการรับเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัญชีธนาคาร ซึ่งรูปแบบการใช้งานจะเป็นการที่ลูกค้าสแกน QR เพื่อโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เข้าสู่บัญชีร้านค้าโดยตรง ขณะที่ผู้บริโภคก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสแกนจ่ายใด ๆ ช่วยให้การจ่ายเงินง่ายทำได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสและช่องทางการขายโดยไม่จำกัดรูปแบบการชำระเงิน QR PromptPay สามารถรองรับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายประเทศในแถบทวีปเอเชีย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การชำระเงินในรูปแบบ QR PromptPay ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

 

QR Payment รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จริงหรือ

การชำระเงินผ่าน QR Payment สามารถรองรับนักท่องเที่ยว “ได้จริง” ผ่านระบบที่เรียกว่า QR Cross-Border Payment ซึ่งจะเป็นการดีอย่างยิ่งหากร้านค้าในย่านท่องเที่ยวมีการรองรับการชำระเงินผ่านช่องทางนี้ เพราะจะช่วยเปิดโอกาสทางการขายให้กว้างมากขึ้น

QR Cross-Border Payment คืออะไร

ระบบชำระเงินระหว่างประเทศที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคารของประเทศตนเองในการสแกนจ่าย QR Code ของร้านค้าในไทยได้ทันที โดยระบบจะคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ทำรายการให้อัตโนมัติ สำหรับประเทศที่รองรับ QR Cross-Border PromptPay ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา, สิงคโปร์, เวียดนาม, เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และ ลาว

ประเทศที่รองรับ

ปัจจุบันระบบ QR Cross-Border PromptPay รองรับหลายประเทศในแถบทวีปเอเชีย ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา, สิงคโปร์, เวียดนาม, เขตบริหารพิเศษฮ่องกง รวมถึงลาว และล่าสุดได้มีการรองรับบริการที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันจีนด้วย อย่าง Alipay และ Alipay+, WeChat Pay และ UnionPay


ทำไมร้านค้าควรใช้ QR Payment รับชำระเงิน

คนซื้อสะดวกจ่าย คนขายสะดวกรับ ในยุคสังคมไร้เงินสดเช่นนี้ การใช้ QR Payment เป็นข้อได้เปรียบให้ร้านค้า ผ่านการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เป็นลูกค้า เพราะลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินได้หลายรูปแบบตามที่ต้องการ

1. เพิ่มโอกาสขาย ไม่จำกัดรูปแบบการชำระเงิน

การรองรับ QR Payment ทั้ง PromptPay และ Credit Card จะช่วยให้ผู้ขายไม่เสียลูกค้า ทั้งยังอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยดึงดูดลูกค้าด้วย เพราะลูกค้าแต่ละรายอาจจะสะดวกชำระเงินผ่านช่องทางที่แตกต่างกัน บางรายอาจสะดวกใช้จ่ายด้วยเงินในบัญชีออมทรัพย์ เพื่อที่จะไม่ต้องมาจัดการชำระบิลบัตรเครดิตในภายหลัง ขณะที่ลูกค้าอีกหลาย ๆ รายอาจจะสะดวกสแกนบัตรเครดิต เพื่อให้ได้รับคะแนนสะสม และใช้คะแนนเหล่านี้ไปแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ผู้ให้บริการบัตรเครดิตมอบให้

2. ลดเงินสด ลดความเสี่ยง

การชำระเงินผ่าน QR Payment ช่วยลดปัญหาร้านค้าทอนเงินผิด ลดความเสี่ยงในการได้รับธนบัตรปลอม ลดความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมเงินสดที่หน้าร้าน รวมไปถึงช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจติดมากับธนบัตรได้อีกด้วย

3. ลูกค้าจ่ายง่าย ร้านปิดการขายเร็ว

ลูกค้าเพียงแค่สแกน QR Code และกดยืนยันการทำรายการ ไม่ต้องเสียเวลารอเงินทอน ทางพ่อค้าแม่ขายได้รับยอดเงินทันที ทั้งยังช่วยลดคิวรอชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์ในช่วงเวลาเร่งด่วน และเมื่อจ่ายง่ายจ่ายเร็ว โอกาสในการขายก็มีมากขึ้น

4. รองรับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ด้วยความที่การชำระเงินผ่าน QR Payment เป็นระบบสากล นักท่องเที่ยวจากหลาย ๆ ประเทศจึงสามารถชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางนี้ได้ และขณะเดียวกันหากร้านค้ามีการรองรับการชำระเงินรูปแบบนี้ ก็จะเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้าได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

 

ร้านค้าประเภทไหนเหมาะกับการชำระเงินผ่าน QR Payment

  • ร้านอาหารและคาเฟ่ ที่ต้องการความรวดเร็วในการเช็กบิลและรันคิว
  • ร้านค้าที่เกี่ยวกับสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึก โดยเฉพาะร้านค้าที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องรองรับลูกค้าจำนวนมากทั้งไทยและชาวต่างชาติ
  • ร้านค้าทั่วไปที่จำหน่ายสินค้าราคาสูง เช่น อุปกรณ์ไอที หรือเครื่องประดับ เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้ QR Credit Card แทนการชำระรอบเดียวด้วยเงินสดก้อนโต

อย่างไรก็ดี ไม่เพียงประเภทร้านค้าที่กล่าวไปข้างต้นเท่านั้น แต่ร้านค้าอื่น ๆ ก็เหมาะกับการรับชำระเงินผ่าน QR Payment ทั้งสิ้น เพราะเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ จัดการง่าย ใช้งานสะดวก และที่สำคัญช่วยเพิ่มโอกาสขาย อันจะทำให้ธุรกิจร้านค้าของคุณเติบโตยิ่งขึ้น

KTC MERCHANT ตัวช่วยระดับมืออาชีพเพื่อร้านค้ายุคใหม่

เพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจด้วยเครื่องรูดบัตร EDC จาก KTC MERCHANT ระบบรับชำระเงินที่รวบรวมทุกฟังก์ชันสำคัญเกี่ยวกับการใช้จ่ายไว้ในเครื่องเดียว ช่วยให้การบริหารจัดการหน้าร้านเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพ และรองรับความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ โดยเครื่องรูดบัตร EDC จาก KTC MERCHANT ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย ลูกค้าสามารถเลือกชำระได้ทั้งบัตรเครดิตและเดบิตจากทุกธนาคารทั่วโลก ผ่านเครือข่ายชั้นนำอย่าง Visa, Mastercard, JCB และ UnionPay นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ยุคดิจิทัลด้วยการรองรับ QR PAY รวมถึงการรับชำระผ่านแอปพลิเคชันจีน อย่าง Alipay ด้วย

 

ข้อดีของการรับชำระ QR Payment ผ่านเครื่อง EDC

  • ตรวจสอบยอดเงินเข้าได้ทันที : มีสลิปยืนยันการทำรายการจากตัวเครื่อง EDC
  • สรุปยอดขายง่ายขึ้น : ระบบจะรวมยอดขายรายวันให้โดยอัตโนมัติ สะดวกต่อการทำบัญชีรายรับ อำนวยความสะดวกให้การวางแผนแนวทางธุรกิจง่ายยิ่งขึ้น
  • ความน่าเชื่อถือ : ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ร้านค้าว่ามีมาตรฐานระดับสากล

 

การรับชำระเงินผ่าน QR Payment เปรียบเสมือนทางลัดสู่การเพิ่มยอดขายและลดต้นทุนแฝงในระยะยาว หากคุณต้องการพัฒนาร้านค้าของคุณให้เป็นร้านที่ “ซื้อง่าย จ่ายสะดวก” สำหรับลูกค้าจากทั่วโลก สมัคร KTC MERCHANT เพื่อเริ่มต้นรับเงินแบบไร้ขีดจำกัดได้ทันที โทร. 02 123 5700 กด 3

ตอบรับทุกบริการ ชำระเงิน ด้วย KTC MERCHANT