แอปรายรับรายจ่าย ตัวช่วยสำคัญในการวางแผนเก็บเงิน

แน่นอนว่าการทำรายรับรายจ่าย รายวันเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่หากต้องมานั่งจดมือเหมือนสมัยก่อนก็คงจะลำบาก ปัจจุบัน ตัวช่วยอย่างแอปรายรับรายจ่ายจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีเก็บเงินสำหรับคนในสมัยนี้ ซึ่งตอนนี้มีแอปทําบัญชีรายรับรายจ่ายฟรีดี ๆ มากมายหลากหลายฟังก์ชันให้เลือกตามความต้องการและตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็สามารถใช้แอปรายรับรายจ่ายได้ โดยแอปเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินได้ดี รู้ว่าตนเองมีการใช้จ่ายอย่างไร และควรระวังในจุดไหนบ้าง


ข้อดีของแอปรายรับรายจ่าย วางแผนการเงินดี อนาคตสบายแน่นอน



การทำบัญชีด้วยแอปรายรับรายจ่ายมีข้อดีต่อสุขภาพทางการเงินของเราอย่างไรบ้าง?

  • ช่วยวางแผนทางการเงินให้มีระเบียบมากขึ้น
  • ทำให้ทราบที่มาที่ไปของรายรับ-รายจ่ายอย่างชัดเจนมากขึ้น
  • การใช้แอปทํารายรับรายจ่าย ทำให้สามารถจัดการรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้
  • แอปช่วยเก็บเงิน ทำให้มีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
  • ช่วยวางแผนการเงินในอนาคต ไว้สำหรับลงทุนระยะยาวเพื่อสร้าง passive income


แนะนำ 8 แอปรายรับรายจ่าย สะดวก ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

ทราบถึงข้อดีของแอปรายรับรายจ่ายกันไปแล้ว หลายคนอาจรู้สึกอยากจะเริ่มต้นทำบัญชีรายรับรายจ่ายกันมากขึ้น ในหัวข้อนี้เราขอแนะนำแอปรายรับรายจ่ายที่ใช้งานง่าย ช่วยให้สุขภาพการเงินของคุณดีขึ้นมากกว่าเดิม จะมีแอปพลิเคชันไหนบ้าง ไปดูกันได้เลย


1. Money Lover



จุดเด่นของแอปรายรับรายจ่ายตัวนี้ คือ มี Auto Category ในแอป ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการบันทึกหัวข้อต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนใบเสร็จ ช่วยทำให้การบันทึกรายรับรายจ่ายทำได้ง่ายขึ้น


2. Metang



อีกหนึ่งแอปทำบัญชีรายรับรายจ่ายฟรีที่เป็นแอปน้องใหม่ฝีมือคนไทยอย่าง Metang จุดเด่นของแอปรายรับรายจ่ายนี้ที่ไม่เหมือนใครคือ สามารถบันทึกรายรับรายจ่ายด้วยเสียงได้ นอกจากนี้ยังสามารถ Export ตารางค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เราทำไว้ออกมาเป็น Excel ได้ด้วย สะดวกสบายมากสำหรับคนที่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเยอะ ๆ หรือใครที่ใช้บัตรเครดิตก็สามารถผูกบัญชีบัตรเครดิตพร้อมระบุวันที่ตัดบัตรได้เลย


3.Spendee Budget & Money Tracker



แอปทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่มีรูปแบบหน้าตาแอปเรียบง่าย แต่ภายในมีฟีเจอร์ดี ๆ เหมาะสำหรับการเป็นแอปช่วยเก็บเงินที่สุด แอป Spendee Budget & Money Tracker มีจุดเด่นคือสามารถเปรียบเทียบรายรับรายจ่ายก่อนหน้าเพื่อประเมินสำหรับการใช้จ่ายในเดือนถัดไปให้ได้ มี Tag แยกหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย เช่น Tag อาหารเย็น Tag พักร้อน หรืออะไรก็ตามที่คุณอยากแบ่งเป็นหมวดหมู่ นอกจากนี้ยังสามารถโอนเงินต่างบัญชีได้อีกด้วย ซึ่งแอปรายรับรายจ่ายนี้ก็เหมาะกับเป็นแอปรายรับรายจ่ายที่แม่ค้าออนไลน์น่าจะชอบใช้ เพราะแบ่งรายละเอียดการใช้จ่ายได้หมดเลย


4. SET Happy Money



SET Happy Money แอปบันทึกรายรับรายจ่ายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เหมาะกับเป็นแอปสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ต้องการจัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนและวางแผนการเงินแบบละเอียด โดยแอปนี้สามารถวิเคราะห์สินทรัพย์และหนี้สินที่เรามีได้แบบละเอียด สามารถคำนวณเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เราได้เห็นภาพรวมของการใช้เงิน อีกทั้งยังสามารถตั้งเป้าหมายเงินที่เราต้องการลงทุนได้ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก แต่ยังไม่รู้ว่าสถานะทางการเงินของเรามั่นคงพอหรือไม่


5. Money Manager Expense & Budget



แอปบันทึกรายรับรายจ่ายฟรีที่มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 10 ล้านดาวน์โหลด ซึ่งเป็นแอปออมเงินที่เป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยการแสดงผลภาพรวมของการใช้จ่ายของเราจะแสดงผลในรูปแบบปฏิทิน สามารถดูได้แบบรายเดือนและรายสัปดาห์ นอกจากแอปรายรับรายจ่ายนี้ยังสามารถจัดการบัญชีได้หลายบัญชีและวิเคราะห์การเงินของเราล่วงหน้าได้อีกด้วย


6. Household



ใครที่เบื่อแอปรายรับรายจ่ายแบบเดิม ๆ ต้องลองใช้ Household แอปบัญชีรายรับรายจ่ายฟรีสุดแสนน่ารักจากประเทศญี่ปุ่น ที่มาในธีมคาแรคเตอร์การ์ตูนสุดน่ารักอย่าง Kanahei โดยสามารถแบ่งหมวดหมู่การบันทึกรายรับรายจ่ายได้น่าใช้ ทำให้เราสนุกในการออมเงินมากขึ้น และก็สามารถสรุปการใช้จ่ายของเราในรูปแบบของกราฟได้ ซึ่งแอป Household นี้สามารถรองรับได้ถึง 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น


7. Piggipo



แอปบัญชีรายรับรายจ่ายที่พัฒนาโดยคนไทยอีกหนึ่งแอปอย่าง Piggipo โดยมีสัญลักษณ์แอปเป็นหมูสีเขียวตัวแทนของการเป็นแอปออมเงิน ซึ่งแอปนี้เหมาะกับคนที่มีบัตรเครดิตหลายใบ นอกจากนี้ยังแจ้งเตือนการบันทึกรายรับรายจ่ายแบบ Real-Time ทำให้เราได้เห็นการใช้จ่ายของเราโดยทันที และสำหรับใครที่อยากเห็นรายรับรายจ่ายรายวันของตัวเองแบบละเอียด ก็สามารถ Export ไฟล์ออกมาเป็น Excel ได้เลย


8. Oh My Cost



แอปรายรับรายจ่ายฟรีที่มีหน้าตาน่ารักเหมาะกับคนชอบสีสันสดใส ซึ่งแอปเก็บเงิน Oh My Cost มีจุดเด่นคือใช้สติ๊กเกอร์ในการแทนความหมายสิ่งที่เราบันทึกรายรับรายจ่าย และเราสามารถกดเพิ่มสติ๊กเกอร์นั้น ๆ เป็นรายการโปรดได้ถ้าหากใช้ประจำ ทำให้ผู้ใช้งานสนุกกับการทำบันทึกรายรับรายจ่ายมากขึ้น นอกจากนี้ แอปรายรับรายจ่าย Oh My Cost ยังสามารถใช้งานร่วมกันได้หลายบัญชีและสรุปผลการใช้จ่ายแต่ละเดือนให้เราได้อีกต่างหาก


เปรียบเทียบแอปรายรับรายจ่าย ใช้แอปไหนดี ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง



สำหรับความเหมือนและความแตกต่างของแอปรายรับรายจ่ายที่ได้แนะนำไปทั้งหมด 8 แอปนั้น แต่ละแอปรายรับรายจ่ายมีข้อที่เหมือนกันทั้งหมดคือ การบันทึกรายรับรายจ่ายโดยแบ่งหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย และแสดงผลรายละเอียดการใช้จ่ายของเรา ซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของแอปรายรับรายจ่าย อาจจะมีความแตกต่างกันไปในด้าน UI เช่น แอปรายรับรายจ่าย Oh My Cost ใช้สติ๊กเกอร์ในการเป็นตัวแทนบันทึกรายรับรายจ่าย ส่วนการแสดงผลค่าใช้จ่าย บางแอปอาจจะแสดงเป็นกราฟวงกลมหรือกราฟแท่ง

ส่วนฟังก์ชันอื่น ๆ นั้นเป็นฟังก์ชันเสริมสำหรับคนที่ต้องการบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เช่น แอปรายรับรายจ่ายสำหรับร้านค้า ควรจะเป็นแอปที่สามารถ Export การใช้จ่ายออกมาเป็น Excel ได้ เพื่อตรวจสอบรายการเงินเข้าเงินออก เช่น แอปรายรับรายจ่าย Metang, Spendee, SET Happy Money หรือ Money Manager

ทั้งนี้การเลือกใช้แอปรายรับรายจ่ายเพื่อบันทึกรายรับรายจ่าย ผู้ใช้งานก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์หรือความต้องการของตนเอง เช่นใช้เพื่อเก็บเงินวางแผนเกษียณ นอกจากนี้สำหรับคนที่มีบัตรเครดิตเยอะ แต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรให้เป็นระเบียบ การเลือกใช้แอปรายรับรายจ่ายที่สามารถผูกบัตรเครดิตพร้อมการตั้งเวลาชำระบัตรให้ได้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะจัดการระบบการเงินของคุณให้ดีขึ้น


สรุปแอปรายรับรายจ่าย ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์

แอปรายรับรายจ่ายเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญสำหรับคนที่กำลังวางแผนทางการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้จ่ายรู้สถานะความมั่นคงทางการเงินและสินทรัพย์ของตนเอง ซึ่งหากวางแผนการเงินไม่ดี อาจเกิดเหตุการณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้บางคนต้องหาวิธีหาเงินแบบด่วน เช่น สินเชื่อออนไลน์ หรือ พึ่งพาแอปกู้เงิน และหากเช็กข้อมูลไม่ดีอาจจะโดนมิจฉาชีพออนไลน์หลอกเงินเอาก็ได้ 
ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้เงินตอนฉุกเฉิน เเละต้องการวงเงินเเบบเร่งด่วน ขอแนะนำเป็นผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสด KTC PROUD สถาบันการเงินที่ไว้ใจได้ ไม่โดนหลอกหรือเจอดอกเบี้ยโหด อีกทั้งยังสมัครง่าย เงินเดือนขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน ก็สามารถสมัครได้แล้ว มีอัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี แต่ทั้งนี้การใช้บัตรกดเงินสดก็มีข้อควรระวัง ผู้ใช้สินเชื่อควรพิจารณาถึงความสามารถในการชำระคืนด้วย เเละควรกู้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

หากสนใจสมัครบัตรกดเงินสด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktc.cards/nop



*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว โดยมีอัตราดอกเบี้ย 20% - 25% ต่อปี