ปาลาวัน เพชรเม็ดงามแห่งเอเชีย สวรรค์ของคนรักทะเล

KW14_Macau_old_town

มารู้จัก มาเก๊า กันก่อน

ความเป็นธรรมชาติของผู้คนและวัฒนธรรมที่เป็น เอกลักษณ์เด่นชัดออกมาจากวิถีชีวิต ความเป็น กันเองของผู้คน สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ สถาปัตยกรรม ที่ดูลงตัว ความเป็นระเบียบ และการรักษาความสะอาด ของเมือง สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของเมืองที่มีมนต์ขลัง แห่งนี้ทันทีที่เหยียบลงสู่ผืนแผ่นดิน เมืองที่รุ่มรวยไปด้วย ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และเชื้อชาติของผู้คน ที่ผสมผสานกันอย่างงดงาม จนออกมาเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง “มาเก๊า” ในปัจจุบัน

หากจะย้อนกลับไปถึงประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้ ต้องย้อนกลับไปในราวปี ค.ศ.1513 แรกเริ่มเกิดจาก ชาวประมงจากมณฑลฝูเจี้ยนและชาวนาจากมณฑล กวางตุ้งที่อพยพมาตั้งรกรากบนผืนดินแห่งนี้ ในอดีตที่นี่ ถูกเรียกว่า โอหมูน หรือ “ประตูแห่งการค้าขาย” เพราะ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำจูเจียงหรือแม่น้ำไข่มุก (แม่น้ำเพิร์ล) ทางตอนใต้ของมณฑลกวางเจา ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองท่าที่คึกคักจากการเป็นส่วนหนึ่ง ของเส้นทางที่มีเรือบรรทุกไหมเพื่อที่จะนำไปส่งที่กรุงโรม หลังจากนั้นในช่วงต้นปี ค.ศ.1550 ชาวโปรตุเกสได้เดินทางมาโอหมูนซึ่งคนในพื้นที่เรียกกันว่า “อาม่าเก๊า” แปลว่าสถานที่ของอาม่า เพื่อเป็นเกียรติกับเทพธิดาแห่ง ชาวเรือตามตำนานของวัดอาม่า ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ เพี้ยนไปกลายเป็น “มาเก๊า” และหลังจากที่ได้รับอนุญาตจากขุนนางจีนในกวางตุ้งแล้ว ชาวโปรตุเกสได้ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ซึ่งภายใน ระยะเวลาอันสั้น ที่นี่ก็ได้กลายเป็นคลังสินค้าสำหรับ การค้าระหว่างจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และยุโรป มาเก๊า จึงค่อย ๆ กลายเป็นความสมบูรณ์แบบจากการ มาบรรจบกันของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ที่ทำให้เมืองมีรูปลักษณ์ในอดีตมาจากทางยุโรป ทำให้มาเก๊าแตกต่างไปจากเมืองอื่น ๆ ในทุกวันนี้ เมื่อเวลาผ่านไป เมืองมาเก๊าแห่งนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ความเจริญอันดับต้น ๆ ของโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 จนได้รับสมญานามว่าเป็นลาสเวกัสแห่งโลกตะวันออก จากการสร้างศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ที่เต็มไป ด้วยความหรูหรายิ่งใหญ่ พร้อมคาสิโนที่ผุดขึ้นอย่าง รวดเร็ว ทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองที่ไม่หลับไหลและดึงดูด ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์ที่ผสม ผสานความทันสมัยไว้กับความคลาสสิกเหล่านี้อย่างลงตัว

KW14_Macau_old_town_3

เสพกลิ่นเมืองเก่า เคล้าวัฒนธรรม (MACAU OLD TOWN)

สัมผัสแรกหลังจากเหยียบลงบนผืนดินมาเก๊า คืออากาศ ที่บริสุทธิ์และเย็นสบาย ให้ความสดชื่นตั้งแต่นาทีแรก ที่มาเยือน ดินแดนที่มีส่วนผสมอันลงตัวระหว่างเอเชีย และยุโรปนี้สะท้อนเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครให้เห็นผ่าน รูปแบบอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยคลาสสิก อาหาร การกิน และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ทำให้มาเก๊า กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของเหล่านักเดินทาง อย่างไม่ต้องสงสัย ที่นี่เหมาะแก่การเดินเล่นซึมซับ ประวัติศาสตร์ เพราะสถานที่สำคัญต่าง ๆ อยู่ไม่ห่างกัน จนเกินไป ง่ายต่อการเดินชม เฝ้ามองความเป็นไปของ ผู้คน และเก็บเอาความสุขที่อิ่มเอมกลับไปให้เต็มกระเป๋า

ที่นี่คือศูนย์กลางของความคลาสสิก สวรรค์ของนักช้อป เนื่องจากเป็นเมืองท่าปลอดภาษี สินค้าที่นี่จึงมีราคาถูก และมีให้เลือกหลากหลาย โดยส่วนมากแล้วจะเป็นร้านขาย ขนมของฝาก เสื้อผ้า ร้องเท้าแฟชั่นต่าง ๆ แทรกไปด้วย ร้านอาหารจีน ร้านเฟอร์นิเจอร์โบราณ มีร้านเครื่องประดับ ของที่ระลึก และอาหารทะเลบ้างเล็กน้อย จัตุรัสแห่งนี้ยัง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีมนต์ขลัง ทำให้มี คนเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เรื่อย ๆ ด้วยความที่รายล้อมไปด้วย ตึกรามบ้านช่อง และโบสถ์สไตล์ยุโรปแบบนีโอคลาสสิก ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกส และบนพื้นถนนมี การปูหินสีขาวสลับดำ ในลักษณะลูกคลื่น เพื่อดึงสีสันอันสดใสจากตึกรอบข้างให้เด่นชัดกลมกลืนและงดงาม ในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม โดยเฉพาะใน เวลากลางคืนที่นี่จะถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงไฟสีนวลละมุน เพิ่มความอบอุ่นและโรแมนติกจนไม่น่าพลาดมาเดินเล่น กับคนรู้ใจ ที่นี่จึงคึกคักไปด้วยผู้คนเสมอ บริเวณโดยรอบ เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่มีร้านค้าร้านอาหารใน ตึกเก่าและใหม่เรียงรายเชื้อชวนให้เดินสำรวจ แนะนำว่า ให้เผื่อเวลามาเดินเล่นที่นี่ให้มาก เพราะมีแลนด์มาร์ค สำคัญอีกหลายที่ที่สามารถเดินถึงกันจากบริเวณนี้

พบกับความคึกคักทันทีที่เดินทางมาถึงพื้นที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น แลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของมาเก๊า ที่ไม่ว่าใครแวะเวียน เข้ามาก็ต้องเผื่อเวลามาเดินเล่น ที่นี่เต็มไปด้วยสีสัน และ ความหลากหลายของผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก ร้านรวงต่าง ๆ ตกแต่งอย่างไม่มีใครยอมใคร พร้อมด้วย ความสวยงามคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องที่ไม่ว่าจะ ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยไม่ซ้ำใคร ความสะอาดสะอ้าน ของพื้นถนน รอยยิ้มและความน่ารักของชาวเมืองมาเก๊า ล้วนเป็นเสน่ห์ก้อนใหญ่ที่เหมือนแม่เหล็กดึงดูดเอาผู้คนให้ เข้ามาสัมผัสความสุขเหล่านี้


KW14_Macau_old_town_2

เดินเล่น ช้อปปิ้งที่ จัตุรัสเซนาโด (SENADO SQUARE)

รู้รึเปล่า?

จัตุรัส Senado Square นั้น ส่วนมากคนท้องถิ่นจะ ไม่รู้จัก เพราะในภาษาถิ่นจะเรียกกันว่า San ma lo (อ่านว่า ซานหม่าโหล) สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับสาว ๆ น่าจะเป็นร้าน Sasa ที่มีอยู่หลายร้านทั่วบริเวณนี้ ในร้านอัดแน่นไปด้วย เครื่องสำอางและอุปกรณ์ความงามในราคาที่ไม่แพง จนเกินไป จนเรียกได้ว่าหากหลงเข้าไปเดินเล่นใน ร้านนี้แล้วต้องได้ของติดมือออกมาสักชิ้นแน่นอน

พบกับความคึกคักทันทีที่เดินทางมาถึงพื้นที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น แลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของมาเก๊า ที่ไม่ว่าใครแวะเวียน เข้ามาก็ต้องเผื่อเวลามาเดินเล่น ที่นี่เต็มไปด้วยสีสัน และ ความหลากหลายของผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก ร้านรวงต่าง ๆ ตกแต่งอย่างไม่มีใครยอมใคร พร้อมด้วย ความสวยงามคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องที่ไม่ว่าจะ ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยไม่ซ้ำใคร ความสะอาดสะอ้าน ของพื้นถนน รอยยิ้มและความน่ารักของชาวเมืองมาเก๊า ล้วนเป็นเสน่ห์ก้อนใหญ่ที่เหมือนแม่เหล็กดึงดูดเอาผู้คนให้ เข้ามาสัมผัสความสุขเหล่านี้

Tip

ค่ารถบัสในมาเก๊าเริ่มต้นอยู่ที่ 3.2 MOP ควรเตรียม เงินให้พอดีกับค่าโดยสาร ส่วนค่า Taxi เริ่มต้นที่ 15 MOP และมีการคิดค่ากระเป๋าเดินทางเพิ่มใบละ 3 MOP การเดินทาง : ขึ้นรถบัสสาย 3, 3A, 4, 8A, 10, 10A, 11, 18, 19, 21A, 26A, 33 ไปลงที่ป้าย Av. De Almeida Ribeiro (San Ma Lo)


KW14_Macau_old_town_4

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (RUINS OF ST. PAUL’S)

ไม่ไกลจากจัตุรัสเซนาโด โบสถ์เซนต์ ปอล (Ruins of St. Paul’s) สัญลักษณ์ที่เก่าแก่แห่งเมืองมาเก๊าได้ตั้ง ตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่น ซุ้มประตูแกะสลักด้วยหิน พร้อมบันไดทางขึ้นอันสง่างามแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยเซนต์ ปอล (St. paul’s college) ภายหลังการเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ที่นี่หลงเหลือ เพียงส่วนของประตูโบสถ์เท่านั้น ในปี 1991 ได้มี การบูรณะครั้งใหญ่จนกลับมาเป็นประตูโบสถ์ที่สวยงาม ในปัจจุบัน และกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ห้ามพลาดแห่งเมืองมาเก๊า นอกจากความสวยงาม ของซากประตูโบสถ์แล้ว เส้นทางที่นำมาสู่ที่นี่ยัง น่ารักและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความคลาสสิกอย่าง เต็มเปี่ยม สองข้างเรียงรายไปด้วยร้านรวงสไตล์โบราณ ขายทั้งขนมและอาหารให้หยุดชิมกันเป็นระยะ หรือใครต้องการจะศึกษาประวัติความเป็นมาของที่นี่ ก็ทำได้โดยการเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศาสนศิลป์ และห้องใต้ดิน (Museum of Sacred Art and Cyrpt) ที่อยู่ด้านหลังประตูอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้เช่นกัน

Tip

ไม่ควรพลาดชมความงดงามในช่วงตอนเย็น ที่แสงพระอาทิตย์จะตัดลงมากระทบเงาโครงสร้าง ของประตูโบสถ์และทอดเงาลงมาเบื้องล่าง เพราะนี่เป็นภาพที่สวยงามจับใจ ควรค่าแก่การจดจำ

Location:
ด้านหน้าของจัตุรัส Company of Jesus เปิดให้เข้าชม : พิพิธภัณฑ์ศิลปะทางศาสนา เปิด 9.00 น. - 18.00 น. (เปิดทำการในวันหยุดนักขัตฤกษ์)


KW14_Macau_old_town_5

ถนนแห่งความสุข ที RUA DA FELICIDADE

ภาพของตรอกเล็ก ๆ ที่สองฝั่งเต็มไปด้วยประตูสีแดง เรียงรายกันอยู่อย่างเป็นศิลป์นั้นคือเอกลักษณ์ของ ถนน Rua da Felicidade หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ถนนแห่งความสุข” ถนนเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณ ใกล้กับฝั่งของท่าเรือไม่ไกลจากจัตุรัสเซนาโดเส้นนี้ จะทำให้ใบหน้าของคุณเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ดังนั้นหากได้มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมเยือนเมืองเล็กแห่งนี้ แล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเดินเล่นซึบซับบรรยากาศเก่า ๆ ที่ทำให้รู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่เต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ ความเก่าที่ไม่ได้ปรุงแต่ง และเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนออกมา ผ่านตึกรามบ้านช่องและรอยยิ้มที่จริงใจของผู้คน บริเวณนี้ ตลอดทุกตรอกซอกซอยเล็ก ๆ บริเวณนี้ เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความคลาสสิก สองข้างทาง อัดแน่นไปด้วยตึกแถวแบบเก่าเป็นแนวยาวขนานกันไป จนสุดสาย ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมเล็ก ๆ น่ารัก

ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบโบราณไว้อย่างครบถ้วน ที่นี่ยังมีร้านโชห่วยแบบโบราณที่หาดูค่อนข้างยากแล้ว ในเมืองที่กำลังเจริญอย่างรวดเร็วแห่งนี้แทรกตัวอยู่ เป็นระยะ ร้านอาหารและร้านขนมเล็ก ๆ สไตล์ Local รสชาติแบบดั้งเดิมอย่าง Koi Kei Bakery ที่มี Egg Tart หรือทาร์ตไข่ขึ้นชื่อ ทุกร้านจัดสรรพื้นที่ในร้านเล็ก ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยความที่เป็นถนนดั้งเดิมอาคาร บ้านเรือนจึงมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบ จีนสมัยก่อน และนิยมใช้สีแดงที่ประตูหน้าต่างทำให้ ที่นี่ดูสวยโดดเด่นแปลกตา ช่วงเย็นถึงค่ำค่อนข้าง คึกคัก ในช่วงกลางวันถนนแห่งนี้จะค่อนข้างเงียบ แต่สามารถมาเดินเล่นถ่ายรูปตึกสวย ๆ ได้ และ รับประกันได้เลยว่าได้รูปสวยทุกรูปแน่นอน

Tip

สำหรับคนรักการถ่ายภาพ มุมที่แนะนำสำหรับ การถ่ายรูปคือศาลเจ้าเก่าเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ ริมถนน รับรองว่าได้ภาพสวยไม่เหมือนใครแน่นอนแก่การจดจำ

Location:
Rua da Felicidade, Macao.


KW14_Macau_old_town_6

แวะขอพรที่วัดอาม่า (A-MA TEMPLE)

อีกหนึ่งที่ห้ามพลาดในมาเก๊า เพราะวัดแห่งนี้ถือเป็นวัดคู่ บ้านคู่เมือง ที่ใครเดินทางมาเยือนก็ต้องหาเวลาแวะมาสวด มนต์ขอพรให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตก่อนจะเดินไปเที่ยวที่อื่น ต่ออย่างสบายใจ ที่มาของวัดนี้เกิดจากการสร้างเพื่อถวาย แก่เจ้าแม่ทับทิม ที่เชื่อกันว่าเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเล ด้านในของศาลเจ้ามีก้อนหินขนาดใหญ่ที่แกะสลักเป็น รูปร่างของเรือสำเภาโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่ง การก้าวสู่ผืนดินของเจ้าแม่ทับทิม เล่ากันว่าเมื่อเธอก้าว เท้าเหยียบฝั่ง เธอก็ตัวลอยขึ้นและหายลับไปในฟากฟ้า ชาวประมงทั้งหลายก็เลยเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่ง ท้องทะเล และเรียกพื้นที่นี้ว่า A - Ma Goa ที่หมายถึง อ่าวของอาม่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปเสียงก็เพี้ยนเป็น มาเก๊า ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม เพราะจะเป็นช่วงเทศกาลที่มีงานแสดงและการเชิดสิงโต

Tip

เคล็ดลับในการขอพรที่วัดนี้คือการนำธนบัตรมาลูบ ไปกับแนวของเรือสำเภาโดยจับธนบัตรด้วยมือทั้ง สองข้างไล่จากฝั่งท้ายเรือมายังหัวเรือ จากนั้นพับ เก็บใส่กระเป๋าสตางค์และตบที่กระเป๋า 3 ทีพร้อม เอ่ยคำว่า เฮง เฮง เฮง จะทำให้เงินทองไหลมาเทมาแก่การจดจำ

Location:
Barra Square เปิดให้เข้าชม : 07.00 – 18.00 น.


KW14_Macau_old_town_7

MACAU FISHERMAN’S WHARF

หนึ่งในที่เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทร มาเก๊าของทั้งชาวเมืองและเหล่านักท่องเที่ยวคงหนีไม่พ้น Macau Fisherman’s Wharf ท่าเรือด้านนอกของมาเก๊า บนพื้นที่กว่า 111,500 ตารางเมตร สร้างขึ้นด้วย สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวย ความสะดวกด้านบันเทิงครบครัน แต่ละโซนแบ่งออกเป็น ธีมต่าง ๆ แยกเป็น 3 โซนใหญ่ ๆ คือ โซนของท่าเรือ แห่งราชวงศ์ (Dynasty Wharf) บริเวณนี้จะมีอาคาร สถาปัตยกรรมของจีนในยุคราชวงศ์ถัง โซนประเทศตะวัน ออกผสมผสานกับประเทศแถบตะวันตก (East Meets West) ที่ห้อมล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก และตะวันออกอยู่รวมกัน เช่น โคลอสเซียมจำลอง, อาคารสไตล์อียิปต์โบราณ, อาคารช้อปปิ้งทรงยุโรป และ โซนท่าเรือแห่งตำนาน (Legend Wharf) ซึ่งเป็นพื้นที่ของ ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร และคาสิโน ด้วยความสวยงาม ของ Macau Fisherman’s Wharf จึงถูกใช้เป็นสถานที่ ถ่ายทำหนังเกาหลี เรื่อง Perfect Proposal อีกด้วย


KW14_Macau_old_town_8

ป้อมปราการเกีย ป้อมปราการมรดกโลก (GUIA FORTRESS)

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคลาสสิกและกลิ่นอาย ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองมาเก๊าสามารถ หาได้ที่ป้อมปราการทหารแห่งนี้ ป้อมนี้สร้างขึ้นใน ยุคอาณานิคมศตวรรษที่ 17 ระหว่าง ค.ศ.1622 - 1638 เป็นจุดชมวิวสูงสุดของมาเก๊า ด้วยทิวทัศน์บน ป้อมปราการกับคาบสมุทร 360 องศา ถือว่าเป็นปราการที่ เก่าแก่ที่สุดในฝั่งทะเลจีน มีพื้นที่ทั้งสิ้น 800 ตารางเมตร มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ทั้งปราการเกีย (Guia Fortress ) แห่งนี้กับ Mount Fortress ที่อยู่ใกล้ ๆ ซากโบสถ์ St. Paul’s เป็นสถานที่ที่มีความ สำคัญทางด้านการปกป้องตัวเองของมาเก๊ามาตั้งแต่ อดีตจากการรุกรานของชนชาติดัทช์ ใกล้ ๆ กันยังมี หอสวดมนต์เกีย (Chapel of Our Lady of Guia) ที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โบสถ์เกีย ยังเป็นที่เก็บ ภาพเขียนเฟรสโก้อันโด่งดัง บอกเล่าประวัติศาสตร์ จีนและตะวันตกด้วยเรื่องราวของศาสนา เทพนิยาย แสดงถึงความกลมกลืนของวัฒนธรรมต่าง ๆ ในมาเก๊า

Location:
บนยอดเขาเกีย เปิดให้เข้าชมโบสถ์ : 10.00 น. - 18.00 น


KW14_Macau_old_town_9

MUSEUM AROUND IN OLD TOWN (MUSEUM OF MACAU)

พิพิธภัณฑ์ 5 ชั้น ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของ มาเก๊า เป็นศูนย์รวมข้อมูล ภาพจำลอง สิ่งของโบราณ ที่เป็นตัวแทนในการเล่าเรื่องความเป็นมาของดินแดน แห่งนี้ในพื้นที่ขนาด 4,000 ตารางเมตร ด้านบนสุดของ พิพิธภัณฑ์ เป็นป้อมปราการ เมาท์ ฟอร์เทรส (Mount Fortress) ซึ่งจากจุดนี้จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพ อันงดงามของซากประตูโบสถ์ เซนต์ ปอล และบรรยากาศ เมืองมาเก๊าในมุมสูง ทั้งหมดไม่เสียค่าใช้จ่ายในการ เข้าชม เว้นแต่จะเข้าไปใน Museum of Macau ซึ่งทำได้ยิ่งใหญ่อลังการ ในค่าชมเพียง 15$ นับว่าคุ้มค่ายิ่ง

Location:
บนยอดเขาเกีย เปิดให้เข้าชมโบสถ์ : 10.00 น. - 18.00 น.


MACAU MUSEUM OF ART

พิพิธภัณฑ์ศิลปะมาเก๊า เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเพียง แห่งเดียวในมาเก๊าที่จัดแสดงอยู่ภายในส่วนของอาคาร Macao Cultural Centre ที่มีการแบ่งโซนในการ จัดแสดงแตกต่างกันไป มีการจัดแสดงภาพสีน้ำของ ศิลปินชื่อดังอย่าง จอร์จ ชินเนอรี่, จอร์จ สเมอร์นอฟ, ออกัส บอร์เกต์ รวมไปถึงผลงานศิลปะจากประเทศจีน อย่าง เครื่องกระเบื้องเซรามิก ภาพวาดลายเส้น และ ตัวอักษรจีนโบราณ รวมไปถึงเทศกาลงานแสดงศิลปะ และดนตรีที่สำคัญของมาเก๊า ต่างก็จัดขึ้นที่นี่ ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 15 MOP เด็กและผู้สูงอายุเข้าชมฟรี

  • ชั้น 1: จะเป็นโซนจัดแสดงที่แบ่งย่อยเป็นหลาย ๆ ห้องเพื่อการจัดแสดงผลงานที่ไม่ใหญ่มาก รวมทั้ง มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไว้คอยให้บริการอยู่
  • ชั้น 2: จะเป็นห้องจัดแสดงพิเศษขนาดใหญ่ที่จะ หมุนเวียนผลงานและการจัดแสดงไปเรื่อย ๆ
  • ชั้น 3: จะเป็นโซนจัดแสดง รูปภาพประวัติศาสตร์ และผลงานศิลปะร่วมสมัยของมาเก๊า ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นผลงานสไตล์ยุโรปที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ ชีวิตของคนมาเก๊า
  • ชั้น 4: จะเป็นโซนจัดแสดง ภาพวาด ตัวอักษรและ งานเซรามิกจากประเทศจีน

Location:
Av. Xiam Zing Hai, Macao เปิดให้เข้าชม : 10.00 น. - 19.00 น. ปิดวันจันทร์ (วันอาทิตย์เข้าชมฟรี)


ที่มา: My World Vol.108 July-August 2017