หลงรักลิทัวเนียแดนบอลติก ดินแดนเล็ก สะกดลมหายใจ

หลงรักลิทัวเนียแดนบอลติก
ดินแดนเล็ก สะกดลมหายใจ

ลิทัวเนีย ประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปแถบทะเลบอลติก ดินแดนสวยงามที่จะทำให้คุณตกหลุมรัก เพียงแค่ 2 เมืองดังก็สวยสะกดจนแทบหยุดหายใจ “ทราไก” อดีตเมืองหลวงเป็นเมืองแห่งทะเลสาบแสนโรแมนติกและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในขณะที่เสน่ห์ของ “วิลนีอุส” เมืองหลวงใหม่ คือย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรม โกธิค, เรอเนสซองส์ และ บารอค หลอมรวมกันอย่างกลมกลืนสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่ง วัฒนธรรมของยุโรป

TRAKAI ISLAND CASTLE
ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยอิฐสีส้มสวยงาม และมีสะพานทอดข้ามจากฝั่งไปถึง ตัวปราสาท อีกหนึ่งสิ่งน่าสนใจของเมือง ก็คือบ้านสไตล์ Karaim บ้านโบราณ ลักษณะสีสันสดใสมีหน้าต่างสามบาน เพื่อเป็นการระลึก ถึงพระเจ้า กษัตริย์ และครอบครัว บ้านเหล่านี้ตั้งอยู่ สองฟากฝั่งถนน สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนทันทีที่ก้าว เข้าสู่เมืองทราไก กิจกรรมที่สามารถทำได้ในเมืองนี้คือ การล่องเรือหรือพายเรือเล่น เนื่องจากบรรยากาศโดยทั่วไป ในเมืองค่อนข้างเงียบสงบและไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลาก หลายนัก จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวแบบ One day trip สำหรับผู้ที่รักความสงบและต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ในเมืองยังมีอาหารให้ได้ลองอีกมาก โดยเฉพาะ อาหารตุรกีอย่าง Kibinas ที่มีไส้ในหลากรสไม่ว่าจะเป็น ไส้ไก่ ไส้เนื้อ หรือไส้หมู อีกเมนูเด็ดคือ Pyragus รสชาติ คล้ายกับ Kibinas แต่ข้างในจะมีทั้งไส้ไก่ เนื้อ และเนื้อแกะ เหตุผลที่เมืองนี้มีอาหารตุรกีเป็นจุดเด่นก็เพราะว่าในอดีต เมืองมีทหารฝีมือดีจากตุรกีเพื่อมาร่วมรบ หลังจากเสร็จสิ้น สงครามแล้วทหารเหล่านี้ก็ยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ตั้งรกรากสร้างครอบครัว ทำให้เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คน เชื้อสายตุรกี

DON’T MISS
เที่ยวทราไกต้องห้ามพลาดมื้อพิเศษที่ร้านอาหาร “Apvalaus Stalo Klubas” ที่ให้ความสุนทรีย์ทั้ง อาหารเลิศรสแบบลิทัวเนียดั้งเดิม รังสรรค์เมนูโดย เชพระดับมิชลินสตาร์ พร้อมกับชมวิวงดงามของ ทะเลสาบและปราสาททราไก www.asklubas.it


VILNIUS
นอกจากเมืองแห่งทะเลสาบอันเลื่องชื่ออย่างเมืองทราไก แล้ว เสน่ห์ลิทัวเนียยังอยู่ที่กรุงวิลนีอุส (Vilnius) เมือหลวง ที่งดงามไปด้วยตึกรามบ้านช่องสีพาสเทลน่ารัก ทางเดิน เล็ก ๆ ปูด้วยหินมากมาย โบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ สมัยยุคกลาง และความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ เกิดจากแม่น้ำสายหลักสองสาย ได้แก่ แม่น้ำเนริส (Neris) และแม่น้ำวิลเนีย (Vilnia) ไหลผ่านตัวเมือง คอยหล่อ เลี้ยงให้เมืองร่มรื่นเขียวขจี มีร่มเงาแก่ชาวเมืองที่มัก มานั่งเล่นและอ่านหนังสือริมแม่น้ำ กิจกรรมที่สามารถ ทำได้ในเมืองนี้คือ การเดินชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ อย่าง St. Anne’s Church โบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นจากอิฐสีแดงกว่า 30 ประเภท ตั้งอยู่บนถนน Maironio จากนั้นเดินทางต่อมาที่ถนน Pilies จะได้พบกับโบสถ์ St. Paraskeva Orthodox โบสถ์นิกาย ออร์โธดอกซ์ที่เผยให้เห็นถึงร่องรอยการปกครองของ สหภาพโซเวียต บนถนนสายนี้ คุณจะสามารถพบเห็น ร้านกาแฟ Coffee Inn ร้านไอศกรีม ร้านไวน์ และร้าน ช็อคโกแลตอยู่ทั่วไปแทบทุกมุมของถนนเนื่องจากเป็น สถานที่พบปะสังสรรค์ยอดนิยมของหนุ่มสาวชาวลิทัวเนีย

THE DOWNTOWN
เมื่อเดินต่อมาเรื่อย ๆ จากถนน Pilies จะเป็นที่ตั้งของ จัตุรัสย่านทาวน์ฮอลล์ (Town Hall Square) ศูนย์กลาง การค้าและการทำกิจกรรมของชาววิลนีอุส อย่างเช่น กิจกรรมวันครบรอบเสียชีวิตของนักบุญคาซิเมียร์ (Kaziukas Fair) หรืองานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ตรงด้านหลัง ของอาคารทาวน์ฮอลจะเป็นศูนย์บริการข้อมูลการ ท่องเที่ยวในเมือง จากจัตุรัสมุ่งหน้าไปยังถนน Ausros Vartu จะเป็นที่ตั้งของโบสถ์ St. Casimir โบสถ์ที่วิจิตร งดงาม สร้างขึ้นเพื่อยกย่องนักบุญเซนต์คาซิเมียร์ อดีตผู้ปกครองเมืองวิลนีอุส อีกสถานที่ที่น่าสนใจ บนถนนสายนี้คงเป็นประตูเมืองวิลนีอุส หรือที่เรียกว่า Gate of Dawn ประตูเมืองเก่าแก่ที่หลงเหลือ ไว้ให้ชมเพียงที่เดียวในปัจจุบันเนื่องจากที่อื่น ๆ ได้รับความเสียหายจากสงครามเมื่อครั้งอดีต ไฮไลท์ สำคัญของถนนสายนี้คือเครื่องประดับที่ทำจากอำพัน ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของรัฐบอลติก หาซื้อได้ตามร้านค้าที่ เรียงรายตลอดสองฟากฝั่งถนน ต้องห้ามพลาดซื้อกลับ ไปเป็นของที่ระลึก และหากมีเวลาควรแวะไปเยี่ยมชม มหาวิหารแห่งวิลนีอุสสีขาวสะอาดตา ตกแต่งแบบเรียบ ง่ายที่ย่าน Cathedral Square และปราสาทเกดิมินาส (Gediminas Castle) ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล


SIAULIAI
อีกเมืองต้องห้ามพลาดของลิทัวเนีย คือเมืองชัวเลย์ ถึงแม้จะตั้งอยู่ห่างไกล จากอีกสองเมืองข้างต้น แต่เมืองนี้ ก็มีส ถ า น ที่สำ คัญ อ ย่า ง สุส า น ไม้กางเขน (Hill of Crosses) คอยดึงดูดนักท่องเที่ยว จากทั่วทุกสารทิศให้มาเยือน สถานที่ทางประวัติศาสตร์ แห่งนี้มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โดยเริ่ม จากที่ชาวเมืองพากันมาวางไม้กางเขนที่สุสานแห่งนี้เพื่อ เรียกร้องอิสรภาพจากการบุกรุกของผู้คนภายนอก ต่อมามี การพยายามรื้นถอนจากคอมมิวนิสต์สมัยที่เมืองถูกคุกคาม โดยสหภาพโซเวียต เป็นกระตุ้นให้ผู้คนนำไม้กางเขนมาวาง ณ สุสานแห่งนี้มากยิ่งขึ้นจนในปี ค.ศ. 1991 จึงชนะ การรุกราน ปัจจุบันที่แห่งนี้มีไม้กางเขนหลายขนาดตั้งรวม กันกว่าหนึ่งแสนชิ้นคู่กับรูปปั้นพระเยซูและพระแม่มารี ก่อให้เกิดเป็นเนินเขา อีกตำนานหนึ่งเล่าว่ามีผู้ป่วยคน หนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน Jurgaiciy ได้ตั้งปฏิญาณ ต่อพระเจ้าในปี ค.ศ. 1847 ว่าจะปักไม้กางเขนบนเนินเขา แห่งนี้หากเขาหายจากอาการเจ็บป่วย ต่อมาปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นจริง จึงทำให้ผู้คนที่รับรู้เรื่องดังกล่าวนำไม้กางเขน มาปักที่แห่งนี้และอธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อตนเอง

WHAT TO SHOP
ลิทัวเนียเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป สินค้าน่าสนใจที่ควรซื้อกลับ มาเป็นของฝากหรือของที่ระลึกนอกจากอำพัน คือ ผลิตภัณฑ์แฮนด์เมด ผลงานของศิลปินท้องถิ่นอย่าง เซรามิค งานเครื่องแก้ว ฯลฯ ที่ช้อปได้ในเมืองวิลนีอุส

WHERE TO STAY
ด้วยความที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Cathedral Square และ ง่ายต่อการเดินทางไปยังแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ต่าง ๆ ในเมืองวิลนีอุส ทำให้โรงแรม Kempinski Hotel Cathedral Square เป็นที่พักที่จัดว่าดีที่สุด แห่งหนึ่งในเมืองวิลนีอุส มีห้องพักจำนวน 96 ห้อง คอยรองรับนักท่องเที่ยว พร้อมร้านอาหารคุณภาพ อย่าง Telegrafas และ Bar Le Salon ที่จะคอยมอบ ความสุขให้คุณตลอดช่วงเวลาที่พักที่โรงแรมแห่งนี้

DO YOU KNOW
สาธารณรัฐลิทัวเนียเป็น 1 ใน 3 ประเทศเล็ก ๆ (เอสโทเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย) ที่ตั้งอยู่ในรัฐบอลติก ทางตะวันออกของทวีปยุโรป เกิดขึ้นใหม่ภายหลัง การล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา และถึงแม้จะเป็นเพียงประเทศเล็ก ๆ เมืองหลวงประจำประเทศอย่างกรุงวิลนีอุส ก็มีประวัติศาสตร์ความเก่าแก่มาช้านานจนถูก ประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อไม่นานมานี้


ที่มา: My World Vol.109 September-October 2017